ข่าวสาร

ค้นพบ 8,475 รายการ

ออริจิ้น-คานาฟาร์มา-เอราเลียน แคปปิตอล-ม.คอร์เนล จับมือ “ไทย ลีฟ ไบโอเทคโนโลยี” รุกธุรกิจกัญชงไทย-อาเซียน

“ไทย ลีฟ ไบโอเทคโนโลยี” รับการลงทุนจากหลากพันธมิตรระดับโลก ออริจิ้น-คานาร์ฟามา-เอราเลียน แคปิตอล-ม.คอร์เนล ประกาศแผน 5 ปี เดินหน้าธุรกิจนำเข้าเมล็ด-ปลูก-สกัดกัญชงครบวงจร ต่อยอดเมกะเทรนด์สุขภาพโลก เจาะโอกาสไทยในการเป็น Medical Hub ขยายตลาดสู่อาเซียน เตรียมจำหน่ายส่วนประกอบของต้น-น้ำมัน CBD บริสุทธิ์ประเดิมตลาด เล็งต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหาร-เครื่องดื่ม-ยา คาดรับรู้รายได้จากยอดขาย 750 ล้านบาทในปี 65 ด้านพันธมิตรเผยหลาก หลายวิสัยทัศน์ ต่อยอดธุรกิจเฮลท์แคร์และธุรกิจดั้งเดิมในเครือ

‘อนันดา’ เคาะอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 1 ปี 6 เดือน และ 2 ปี 6 เดือน ที่ 4.50 – 5.40% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป-ผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 11 - 13 ม.ค. 2565

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กำหนดอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 4.50% ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 5.40% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2565 ผ่านสถาบันการเงิน 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) มั่นใจกระแสตอบรับดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยหุ้นกู้ชุดดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB- ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้ (Investment Grade) เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร และมีแนวโน้ม “คงที่” จากทริส เรทติ้ง ขณะที่ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ผู้ถือหุ้นจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนล้นจำนวน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

เอ็นพลัส ผู้นำด้านโซลูชั่นการย้ายที่อยู่ระหว่างประเทศระดับโลกจากญี่ปุ่น และ ดิ เอสเตท (ไทยแลนด์) ลงนาม MoU เสริมแกร่งธุรกิจเวิลด์ฮับ เพื่อรองรับต่างชาติ ต่อยอด MQDC ผู้นำตลาด

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสทอเรีย กรุงเทพฯ - เอ็นพลัส อิงค์ (Enplus Inc.) บริษัทขนย้ายชั้นนำระดับโลกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ริโก้ ลีสซิ่ง (Ricoh Leasing) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจกับบริษัท ดิ เอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ The Estate (Thailand) บริษัทในเครือของบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยการลงนามครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญของการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจในอาเซียน การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจแบบ B2B ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย โดยทั้ง เอ็นพลัส และ ดิ เอสเตทจะช่วยกันเติมเต็มและเสริมสร้างประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในทุกมิติ นำเสนอโซลูชั่นการบริการและประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้า ความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทจะทำให้ เอ็นพลัส สามารถขยายธุรกิจในอาเซียน ในขณะที่ ดิ เอสเตท สามารถให้บริการแบบครบวงจรที่ พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าองค์กรในญี่ปุ่น และขยายฐานลูกค้าภายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

“เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน” มั่นใจปี 65 ปั้นยอดขายโต 150% ชูกลยุทธ์พันธมิตรทางการตลาด

เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน ในเครือ “SEACON” นำโดยนายธีรพงศ์ นคราวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด ประกาศศักยภาพการันตีความเก๋าเกมส์ในธุรกิจรับสร้างบ้าน หลังเปิดตัว 11 เดือน ยอดขายทะลุเป้าแตะ 150 ล้านบาท เผยปี 2565 รุกตลาดรับสร้างบ้านใช้กลยุทธ์พันธมิตรทางการตลาด จับมือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ประเดิมไตรมาสแรกร่วมกับบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการขายบ้าน SC GRAND พร้อมที่ดินติดถนนสุขาภิบาล 5 หน้าโครงการเนเบอร์โฮม วัชรพล กรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าตอกย้ำการเป็นบริษัทรับสร้างบ้านพรีเมียมแบรนด์ ดึงศักยภาพพันธมิตรธุรกิจเสริมความมั่นใจคุณภาพแม้เป็นแบรนด์ใหม่ อาทิ A. MOTORS GROUP ผู้นำเข้ารถยนต์หรู, บริษัท พรีเซ้นต์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำระบบอัจฉริยะในบ้านครบวงจร และ GRANDHOME ผู้นำด้านกระเบื้องและสุขภัณฑ์ มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ผนึกกำลังต่อยอดสู่ยอดขายโต 500 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี นับเป็นก้าวใหม่ของธุรกิจในเครือของตระกูล “ซอโสตถิกุล” กับความสำเร็จของแบรนด์ล่าสุดอย่าง เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน ภายใต้นิยามการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ด้วยแนวคิด “Smart Vision – Smart Living” ชูจุดขายบริษัทรับสร้างบ้าน Intelligent Home รายแรก ที่ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจเพียงไม่กี่เดือนคว้ายอดขายหลักร้อยล้าน ผ่านกลยุทธ์การตลาดสื่อออนไลน์เป็นหลัก จากเดิมที่ธรรมชาติของการทำธุรกิจในแวดวงรับสร้างบ้านมักทุ่มงบไปที่การตลาดออฟไลน์เป็นหลัก