.“สัมมากร” ส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ จับมือ“แอสเซท โปร”เปิดตัวโครงการ “Park Heritage”บ้านเดี่ยวสุดยอดมาสเตอร์พีซ ภายใต้คอนเซ็ปต์Multidimensional Integrationปักหมุดที่สุดแห่งทำเลศักยภาพ ซอยพัฒนาการ 20 ทำเลเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองทั้งสุขุมวิท-ทองหล่อ-เอกมัย-เพชรบุรี-พระราม 9ใกล้ทางพิเศษฉลองรัช และรถไฟฟ้าถึง 5 สายด้วยเอกสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวเพียง32 หลังราคาเริ่มต้น 49 – 95 ล้านบาท มูลค่ารวม2,210 ล้านบาท • วางผังโครงการโดย “สถาบันอาศรมศิลป์” ชูจุดเด่น Cluster Zone บ้านแต่ละโซนมีจำนวนหลังไม่มากเเละวางผังบ้านเรียงเป็นเเนวเดียว ทำให้หลังบ้านไม่ชนกันพร้อมทั้งผสมผสานธรรมชาติในทุกพื้นที่อย่างกลมกลืน พร้อมได้“PIA” ร่วมออกแบบ3 แบบบ้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเองแต่คงคอนเซ็ปต์ความร่วมสมัยที่ไร้กาลเวลา ผสานความหรูหราเหนือระดับกับการจัดวางพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทุกเจเนอเรชัน • พร้อมจัดนิทรรศการ“The timeless moments”ผ่านมุมมอง “ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์”ศิลปินภาพถ่ายแนวไฟน์อาร์ตแบบขาว-ดำที่สะท้อนความประณีตและความสวยงามแบบ Timeless ในทุกรายละเอียดของโครงการได้อย่างลงตัว
นายณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)หรือSAMCOกล่าวว่า Park Heritage(พาร์คเฮอริเทจ)เป็นการจับมือกันระหว่าง “สัมมากร” และ “แอสเซท โปร” หลังจากที่ได้ร่วมงานกันมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยโครงการนี้เป็นบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ มูลค่ารวม 2,210 ล้านบาท เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่บริษัทฯ ต้องการพัฒนาให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย มีการผสมผสานความหลากหลายทั้งเรื่องของ ART, ARCHITECH และ NATURE เพื่อตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชันและสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทั้งนี้ตัวโครงการฯ ยังตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างสูงของกรุงเทพฯ บริเวณซอยพัฒนาการ 20 แยก 8โดยอยู่ก่อนอุโมงค์ทางลอดพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช จึงสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะเพียง 4 กม.ก็ถึงทองหล่อ และเชื่อมต่อถนนสายสำคัญ อาทิ สุขุมวิท, ทองหล่อ, เอกมัย, เพชรบุรี และพระราม 9 รวมถึงอยู่ใกล้ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) เพียง 1.7 กม. และรถไฟฟ้าถึง 5 สาย ได้แก่ สายสีเขียว,สายสีน้ำเงิน, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์สถานีรามคำแหง, สายสีเหลืองที่จะเปิดให้บริการในปี 2566 และสายสีเทาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และแม้จะอยู่ในย่านใจกลางเมือง แต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 32หลังเท่านั้น ราคาเริ่มต้น 49 – 95 ล้านบาท
“Park Heritageมาพร้อมแนวคิด “Multidimensional Integration”โดยเป็นการนำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาผสานการออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยนิยามของ Park Heritageที่ให้ความหมายถึงความเป็นร่มไทรของครอบครัว โดยเราได้ทำงานร่วมกับ “สถาบันอาศรมศิลป์” ในการออกแบบโครงการทั้งด้านแลนด์สเคปและสถาปัตยกรรม และ “PIA”ที่มาออกแบบและตกแต่งภายในบ้านให้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน”
ด้าน นายกล้ายุทธ จินตนะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร กรุ๊ป จำกัดให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับ “สัมมากร” ว่า “สำหรับสัดส่วนการลงทุนของโครงการนี้แอสเซท โปร49% และสัมมากร51% ซึ่งปัจจัยสำคัญเนื่องจากเราต่างมีมุมมองในการทำงานตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการหาสิ่งใหม่ๆให้กับลูกค้า และการให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพของบ้าน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด โดย “สัมมากร” มีชื่อเสียงด้านการสร้างบ้านที่มีคุณภาพสูงมากว่า 50 ปี มีปรัชญาการทำงานที่ดีและมีทีมงานที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน “แอสเซท โปร”ก็เข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในบ้าน และรายละเอียดด้านต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าระดับบน เรียกได้ว่าเป็นการผนึกจุดแข็งร่วมกันในการพัฒนาบ้านระดับลักชัวรี่ที่มีคุณภาพสูง ทั้งยังมี “บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ“CBRE”มาเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายโครงการPark Heritageโดยเป็นผู้ขายตัวแทนขายแต่เพียงผู้เดียว”
Park Heritageตั้งอยู่บนพื้นที่ 12-3-55.5 ไร่ โดยเป็นบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ 3 ชั้นสไตล์ Modern Classic จำนวน 32หลัง มีทั้งหมด 3 แบบที่มาพร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว*ขนาดที่ดิน 60– 133 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 471– 778 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำและสระเด็ก, ฟิตเนส, ห้องอเนกประสงค์, Business Lounge, ห้อง Golf Simulator ตลอดจน The Heritage Garden 3 โซน ได้แก่ มุมนั่งพักผ่อนรูปแบบ Sunken Lounge และ Terrace รวมถึงมีสวนบ่อน้ำให้ได้ผ่อนคลายกับธรรมชาติอีกทั้งรายล้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับ Hi-End, ห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษาและโรงพยาบาล โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 2568
ด้านการออกแบบสถาบันอาศรมศิลป์คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อาศัยเป็นหลัก โดยวางผังบ้านเรียงเป็นแบบแนวเดียว เพื่อให้บ้านแต่หลังไม่ชนกัน และบ้านที่ติดถนนหลักจะถูกออกเเบบให้หันหลังบ้านติดกับถนน โดยมีรั้วต้นไม้แบ่งเป็น Cluster Zone แต่ละโซนมีจำนวนหลังไม่มาก รวมถึงมีแนวคิดเน้นให้คุณค่ากับต้นไม้และธรรมชาติสำหรับเป็นสมบัติที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นตามคอนเซ็ปต์ของ Park Heritageดังนั้น จึงออกแบบให้ทุกพื้นที่ของโครงการฯ ผสมผสานกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ด้วยการเลือกใช้ไม้ฟอร์มสวยขนาดใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในโครงการให้รู้สึกถึงความร่มรื่นและผ่อนคลาย โดยเมื่อเข้ามาในโครงการฯ จะสัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ตั้งแต่ประตูทางเข้าบริเวณคลับเฮ้าส์ ก่อนที่จะเจอกับ Signature Tree ต้นไม้ประจำโครงการฯ และถนนหลักที่เป็นอุโมงค์ต้นจามจุรีปกคลุมทอดยาวไปจนสุดโครงการฯ ตลอดจนมีกลุ่มต้นไม้ที่อยู่บนพื้นที่ทางเข้าบ้านของแต่ละโซน และสวนส่วนกลางอีกด้วย
ในส่วนของงานด้านสถาปัตยกรรมของบ้านมีแนวคิดหลักคือTimeless, Craftmanship, Integrate ถ่ายทอดผ่านสไตล์ Modern Classic ผสานความร่วมสมัยอันเป็นตัวแทนของวิถีชีวิตปัจจุบันที่จะถูกส่งต่อไปยังอนาคต เป็นการเน้นย้ำถึง Timeless โดยได้สะท้อนตัวตนดังกล่าวออกมาผ่านMaterials & Details รวมถึงMood & Tone ที่ทุกองค์ประกอบของบ้านมีความประณีต ทำให้แนวคิดด้านCraftmanshipเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งเมื่อ Integrate หรือรวบยอดแนวทางการออกแบบดังกล่าวออกมาจะได้ดีไซน์องค์รวมที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของโครงการได้ชัดเจน
ดีไซน์ภายในPIA (PIA Interior Co., Ltd.)ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่การอยู่อาศัยที่คนทุกรุ่นสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยการตกแต่งภายในบ้านอยู่ภายใต้แนวคิดความร่วมสมัยที่ไร้กาลเวลา และถูกสร้างให้เห็นความหรูหราเหนือระดับ ซึ่งแต่ละแบบบ้านมีสไตล์ของตัวเอง ดังนี้1.แบบบ้านS – The Luxury of Natureให้ความงามจากธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดของความหรูหราด้วยการเชื่อมต่อสวนส่วนตัวภายนอกสู่พื้นที่การอยู่อาศัยอย่างลงตัว พร้อมจัดวางพื้นที่แบบเปิดโล่งและมัลติฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้น2.แบบบ้าน M - Naturally Craftedด้วยแนวคิดของผู้แสวงหาความสุขกับการนำสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต โดยมีการตกแต่งภายในแบบร่วมสมัยที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของสไตล์และรายละเอียดที่ซับซ้อน และ 3.แบบบ้าน L - French Classic Elegance ออกแบบโดยเน้นถึงความหรูหราและโอ่อ่ากว้างขวางของการอยู่อาศัย แต่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ ให้ความสำคัญกับการสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนทุกรุ่นในครอบครัว
นายณพน กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราวางกลุ่มเป้าหมายของโครงการ Park Heritage คือเป็นผู้ที่ต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอย มีความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง อาทิ กลุ่มครอบครัวหรือครอบครัวขยาย, กลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ใกล้โรงเรียนลูก, กลุ่มแพทย์และบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลใกล้เคียง, กลุ่มผู้อยู่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมโซนสุขุมวิท หรือ CBD โดยต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น และความพิเศษสำหรับช่วงการเปิดตัวโครงการครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ตุลย์” มาร่วมสะท้อนให้เห็นความเป็น “บ้าน”ผ่านภาพถ่ายครับ”
โดยนายตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Leica Thailand Ambassadorได้ให้มุมมองถึงโครงการPark Heritageผ่านสายตาของช่างภาพว่า โครงการนี้ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและเต็มไปด้วยรายละเอียดบนความประณีตในทุกส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับการเลือกสรรมาเป็นอย่างดี และสร้างความรู้สึกที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย อย่างการใช้แผ่นหินที่มีความหนักแน่นแต่ก็รับรู้ได้ถึงความผ่อนคลาย หรือการเลือกใช้โทนสีเบาสบายที่เหมาะกับการพักผ่อน รวมถึงการสร้างบรรยากาศโดยรอบโครงการเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความรู้สึกถึงความร่มรื่นเป็นอย่างยิ่ง
“ผมได้สะท้อนทุกรายละเอียดของโครงการ Park Heritage ผ่านนิทรรศการ“The timeless moments”โดยเลือกใช้ภาพสีขาวดำเป็นตัวแทนของความเป็นอมตะร่วมสมัยในการสื่อสารให้เห็นว่าบ้านเป็นพื้นที่ที่รวมทุกอย่างของชีวิต รวมทั้งเป็นพื้นที่แห่งความฝันและจินตนาการ ขณะเดียวกัน ต้องการให้ผู้เยี่ยมชมโครงการได้รับรู้ถึงความตั้งใจและเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของโครงการPark Heritage ที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านอย่างแท้จริง”