Winning Ideas from Possibilities Space 2026

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

Winning Ideas from Possibilities Space 2026

โลกธุรกิจในวันนี้ต้องการมากกว่าความรู้ในห้องเรียน แต่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด วิเคราะห์ และลงมือแก้โจทย์จริง ภายใต้โครงการ Possibilities Space for Young Talent Program 2026 เอสซีจีเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Experiential Learning ทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพัฒนาแนวคิดธุรกิจจากโจทย์จริงขององค์กร
ตลอด 7 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมได้วิเคราะห์ตลาด ออกแบบโมเดลธุรกิจ และนำเสนอแนวทางต่อคณะกรรมการ โดยปีนี้ทุกโจทย์มุ่งสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจกับประเทศจีน หนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของเอสซีจี
จากผู้เข้าร่วม 98 คน 12 ทีม มี 4 ทีมที่สามารถนำเสนอแนวคิดโดดเด่น ทั้งในด้านความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เรื่องราวต่อไปนี้ คือแนวคิดของผู้ชนะทั้ง 4 ทีม ที่สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการมองเห็น "โอกาส" ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

ทีม 9 Q2P พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน
ผู้ชนะโจทย์ ‘Minerals China Market’
“ผมอยากให้ทุกท่านมองที่หินก้อนดิบ ถ้าเราขายให้เขา เราจะได้มูลค่าตันละ หลักร้อยบาท แต่หากเราบดตรงสเปกกับโรงงานที่เขาต้องการ มันจะกลายเป็น ผงหลักพันบาท ทันที” นายวิศรุต ปริวัติ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกริ่นไอเดียเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์บนเวที Pitching
ทีม Q2P นำเสนอแนวคิด "พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน" โดยต่อยอดมูลค่าหินปูนจากเหมืองของ เอสซีจี ผ่านการแปรรูปเป็นผงแคลเซียมคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่ตรงตามความต้องการของโรงงานผลิตพื้น SPC ซึ่งกำลังขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย
ทีมมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และเสนอโมเดลธุรกิจที่ให้ เอสซีจี ก้าวจากการเป็น ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชัน ด้วยการจำหน่ายผงแร่คุณภาพสูงควบคู่กับบริการแปรรูปตามความต้องการลูกค้า ต่อยอดการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์ PVC ของเอสซีจี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
นางสาวณัฐนพิน พันธุ์รักษา นักศึกษาชั้นปี 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน ทิ้งท้ายว่า “เราเน้นจุดเด่นเพิ่มเรื่องการขาย Package คู่กับ PVC ของเอสซีจี ด้วยโมเดลนี้เอสซีจี จะไม่ใช่แค่คนขายหิน แต่ได้เป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่าในภาคการผลิต”

ทีม 3 มุ่งเป็น ‘Certified Upstream Enabler’ เบื้องหลังห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน
ผู้ชนะโจทย์ ‘China Market Entry & Expansion Strategy’
ทีมนี้นำเสนอแนวคิดผลักดัน SCGC GREEN POLYMER™ เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีน โดยเห็นโอกาสจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และความต้องการวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก
ทีมวิเคราะห์ว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนในจีนจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายในการจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล จึงเสนอให้ SCGC ทำหน้าที่เป็น "Certified Upstream Enabler" หรือพันธมิตรต้นน้ำที่สนับสนุนผู้ผลิตด้วยเม็ดพลาสติกรีไซเคิลและวัสดุวิศวกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน พร้อมช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พร้อมบริการด้านการรับรองมาตรฐาน เพื่อช่วยลดเวลาและความซับซ้อนในการดำเนินงานของลูกค้า สร้างความแตกต่างจากการจำหน่ายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ SCGC
นายธีรภัทร กาบแก้ว นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายเพิ่มว่า “โครงการนี้เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูงของ SCGC ควบคู่กับการทำงานร่วมกับเพื่อนต่างสาขาวิชา ทำให้เห็นมุมมองใหม่ในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ตลาดโลก”
ด้านนางสาวอภิชยา ทรงศิริ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษาจีน) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า“เราไม่ได้ตั้งราคาเดียว แต่เราใช้กลยุทธ์ Decoy Pricing เพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้าตัดสินใจ ซึ่งในโลกความเป็นจริง ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าเลือก Option ที่ถูกกว่า (ต้องทำเอกสารเอง) เพราะความเสี่ยงที่จะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีมูลค่าสูงกว่า ซึ่งการนำเสนอทางเลือกจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ”
นอกจากนี้ การที่ทีม 3 ผลักดัน SCGC Green Polymer เข้าสู่ Supply Chain รถยนต์ไฟฟ้าของจีน ยังเป็นความได้เปรียบที่สำคัญ เพราะสอดคล้องกับนโยบาย Inclusive Green Growth ของเอสซีจี ที่เน้นว่า ธุรกิจสีเขียวต้องมาพร้อมกับกำไร และทำให้ได้คะแนนมากกว่าทีมอื่นภายใต้โจทย์เดียวกัน
ในตอนท้าย กรรมการชื่นชมทีม 3 ว่า มีความมั่นใจและมีข้อมูลแน่น โดยเฉพาะการตอบคำถามเรื่องคู่แข่งที่ชัดเจนว่า SCGC จะไม่แข่งในตลาดทั่วไป แต่จะแข่งในตลาดสินค้า ‘เกรดพรีเมียม’ ที่ต้องส่งออกไปต่างประเทศเท่านั้น
________________________________________
ทีม 10 - ชีวาชีวาย แพลตฟอร์มและนวัตกรรมสีเขียวรับมือโลกที่ร้อนขึ้น
ผู้ชนะโจทย์ ‘China Globalization in Southeast Asia’
จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ทีม "ชีวาชีวาย" มองเห็นโอกาสของ ตลาดก่อสร้างสีเขียว (Green Building) ที่กำลังเติบโต และนำเสนอแนวทางสร้างธุรกิจใหม่ให้กับ เอสซีจี ผ่านการผสาน นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างสีเขียว กับ เทคโนโลยี AI ด้านการบริหารจัดการคาร์บอน ทีมเสนอให้นำ Nano Silica Aerogel วัสดุฉนวนประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาต่อยอดธุรกิจของ เอสซีจี ควบคู่กับการพัฒนา AI Carbon Platform เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการและรับรองข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น

นายไพศาล สมบูรณ์ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อธิบายว่า Nano Silica Aerogel เป็นสินค้าที่เอื้อสิทธิประโยชน์ทางภาษีสีเขียว จึงเสนอไอเดียผสานความร่วมมือระหว่างเอสซีจีกับพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในจีน จะช่วยให้เอสซีจีเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ในอนาคต “ความสำคัญของการลงทุนในบริษัทแม่ คือเราได้ Know-how และ Innovation มา เราก็จะได้ใช้เครือข่ายขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น และการที่เราไปจับมือกับจีน เพราะเอสซีจีก็ให้ความสำคัญเรื่อง Carbon Footprint การร่วมมือกันจะช่วยพัฒนาให้บริษัทในไทยใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น”

นอกจากทีม 3 จะนำเสนอการดึง Know how จากจีนมาสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและเป็นพันธมิตรใหม่ของเอสซีจีได้ชัดเจนแล้ว ยังเป็นทีมที่ใช้ AI ได้อย่างโดดเด่นและเป็นรูปธรรมที่สุด ทั้งในมุมแพลตฟอร์มข้อมูลคาร์บอนและการใช้คำนวณต้นทุนธุรกิจ

นายศิวัฒม์ ลีรักษา นักศึกษาชั้นปี 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า “แม้สมาชิกในทีมจะไม่ได้มีพื้นฐานด้านการลงทุนหรือวิเคราะห์ธุรกิจทั้งหมด แต่สามารถนำ AI มาใช้ค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์ต้นทุน และประเมินความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถพัฒนาเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม AI เป็นผู้ช่วยสำคัญของทีมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานและความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น”

 

‘ทีม 8 - มาเก๊า 888’ รุกตลาดวัสดุก่อสร้างนิวซีแลนด์ ลดผูกขาดด้วย ‘Oceans Strategy’
ผู้ชนะโจทย์ ‘China as a High-Quality Sourcing Hub’ และยังคว้ารางวัล Best Pitching Award ไปครอง

ทีม 8 มองเห็นโอกาสในตลาดวัสดุก่อสร้างของนิวซีแลนด์ ซึ่งกำลังเปิดรับผู้เล่นรายใหม่จากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและความต้องการสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จึงเสนอโมเดล Asset-light โดยใช้จุดแข็งของเอสซีจีในการคัดเลือกผู้ผลิตคุณภาพจากประเทศจีน ภายใต้มาตรฐานของเอสซีจี เพื่อส่งออกวัสดุก่อสร้างเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์
แนวทางนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของเอสซีจี ด้านการจัดหาสินค้า โลจิสติกส์ การสร้างแบรนด์ และเครือข่ายจัดจำหน่าย เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับตลาด พร้อมตอบโจทย์เทรนด์อาคารสีเขียวและความยั่งยืน ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างในอนาคต
คณะกรรมการชื่นชมทีมที่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้อย่างเป็นระบบ นำเสนอโมเดลธุรกิจที่มีความเป็นไปได้ และตอบคำถามเชิงธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ส่งผลให้ทีมคว้าทั้งรางวัลชนะเลิศของโจทย์ธุรกิจ และรางวัล Best Pitching จากการนำเสนอที่โดดเด่น

นางสาวกนกพิชญ์ อภิชล นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยหลังประกาศผลรางวัลว่า “ได้ยินชื่อเอสซีจีมานาน มองว่าเป็นองค์กรที่อยู่มานาน ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้จักมากนัก แต่พอมีโปรแกรม EIP กับ Possibilities Space ให้เข้าร่วม ทำให้เห็นว่า เอสซีจี ต้อนรับ Gen Z และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มากกว่าที่คิด เปิดกว้างให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาฝึกงานและทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพมากขึ้น และช่วยให้มองเห็นอนาคตตัวเองก่อนจะถึงวัยทำงานด้วย”

นายมาตุภูมิ พืชเพียร นักศึกษาชั้นปี 4 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อว่า “โครงการนี้ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนต่างสาขาวิชา และเข้าใจโลกธุรกิจมากขึ้น มองเห็นเส้นทางการทำงานของเราในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของเอสซีจี ที่ “เตรียมคนตั้งแต่ก่อนมาเป็นพนักงาน” ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน เพื่อให้ Ready to Run และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน”

แม้ทั้ง 4 ทีมจะนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการมองเห็น "โอกาส" จากความท้าทายทางธุรกิจ และสามารถแปลงความคิดให้กลายเป็นข้อเสนอที่มีความเป็นไปได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชา

นี่คือหัวใจของ Possibilities Space for Young Talent Program ที่เอสซีจีเชื่อว่า การพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ลงมือทำกับโจทย์จริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเติบโตจากประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Future Workforce ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ สังคม และประเทศในอนาคต

 

Share this post