การเคหะฯ โชว์ผลงานปี 2568 “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

การเคหะฯ โชว์ผลงานปี 2568 “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”


การเคหะแห่งชาติเดินหน้าตามนโยบาย พม. 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร สู่การขับเคลื่อนพันธกิจสำคัญ 9 ด้าน ครอบคลุมทุกมิติ ผลักดันที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) ที่อยู่อาศัยเช่าแนวใหม่ (Smart Home) และปรับปรุงทรัพย์สินอาคาร Sunk Cost และอาคารเก่า พร้อมยกระดับชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ในปี 2568 การเคหะแห่งชาติได้ขับเคลื่อนงานตามแนวนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ผ่านนโยบายสำคัญ พม. 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร สู่การขับเคลื่อนพันธกิจสำคัญ 9 ด้าน ซึ่งใน 5 นโยบายหลักนั้น การเคหะแห่งชาติร่วมขับเคลื่อนนโยบายที่ 5 สร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาและสร้างโอกาสให้ทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกช่วงวัย เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมได้มาตรฐาน ในระดับราคาที่รับภาระได้ ทั้งซื้อและเช่า สร้างชุมชนให้มีความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยมีการออกแบบเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ตามเกณฑ์การออกแบบและประเมินโครงการชุมชนยั่งยืน (NHA Eco-Village Standard) รวมถึงการออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนทั้งมวล ตามแนวทาง Universal Design (UD) เพื่อพัฒนา Sustainable Affordable Housing และเป็นที่อยู่อาศัย Resilient Housing ประกอบด้วย โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย

ขณะที่ Flagship 9 โครงการที่ต่อยอดนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร การเคหะแห่งชาติ สนับสนุน Flagship ด้านที่ 3 สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเปราะบาง ภายใต้โครงการปรับปรุงหรือสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน (บ้านสบายเพื่อยายตา) ในพื้นที่เป้าหมายนิคมสร้างตนเอง

นายทวีพงษ์ กล่าวต่อว่า การเคหะแห่งชาติยังคงมุ่งเน้นวิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” โดยการเคหะแห่งชาติ คว้าอันดับ 1 หน่วยงานในสังกัด พม. ผลประเมิน ITA ปี 2568 ระดับ “ผ่านดี” คะแนน 98.66 เทียบกับปี 2567 เพิ่มขึ้น 2.22 คะแนน ที่ได้ 96.44 คะแนน ขณะที่ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน (กรกฎาคม 2568) ได้พัฒนาและจัดหาที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้นจำนวน 754,999 หน่วย โครงการประกอบด้วย บ้านเอื้ออาทร จำนวน 280,567 หน่วย, เคหะชุมชน จำนวน 142,103 หน่วย, เคหะชุมชนและบริการชุมชน จำนวน 33,660 หน่วย, แก้ไขปัญหาชุมชนแออัด ทั้งปรับปรุงชุมชนที่ดินเดิมและจัดหาที่อยู่อาศัย จำนวน 233,964 หน่วย, พิเศษและบริการชุมชน จำนวน 3,980 หน่วย, เคหะข้าราชการ จำนวน 50,708 หน่วย, แก้ไขปัญหาวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 258 หน่วย, ที่พักอาศัยสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 2,374 หน่วย, ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ จำนวน 845 หน่วย, ฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง จำนวน 946 หน่วย, บ้านสวัสดิการข้าราชการ 606 หน่วย, และอาคารเช่าปี 2559-2560 จำนวน 4,371 หน่วย

ด้านความคืบหน้าของ โครงการฟื้นฟูเมือง ประกอบด้วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ที่ตั้งโครงการ ทิศเหนือติดถนนมิตรไมตรี ทิศใต้ติดบึงมักกะสัน ทิศตะวันออกติดถนนประชาสงเคราะห์ และทิศตะวันตกติดถนนวิภาวดีรังสิต โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ. 2559 - 2567) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 แบ่งการพัฒนาออกเป็น 4 ระยะ พัฒนาหน่วยพักอาศัยใหม่ทั้งสิ้น 20,292 หน่วย ประกอบด้วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 (อาคาร G) รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม อาคารสูง 28 ชั้น จำนวน 334 หน่วย ก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2561 และบรรจุผู้อยู่อาศัย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ได้แก่ โครงการอาคารพักอาศัยแปลง A (อาคาร A1) เป็นอาคารพักอาศัยสูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 635 หน่วย คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2569 โครงการอาคารพักอาศัยแปลง D1 เป็นอาคารพักอาศัยสูง 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 612 หน่วย สร้างเสร็จแล้วและทยอยบรรจุผู้อยู่อาศัยให้ครบภายในปี 2568 โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 3 รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ได้แก่ โครงการอาคารพักอาศัยแปลง A (อาคาร A2 - A4) เป็นอาคารสูง 32 ชั้น รวม 3 อาคาร จำนวน 1,905 หน่วย จะเริ่มก่อสร้างภายหลังอาคาร A1 ก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการอาคารพักอาศัยแปลง D1 (อาคาร D2) เป็นอาคารสูง 35 ชั้น จำนวน 612 หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2569 โครงการอาคารพักอาศัยแปลง C (อาคาร C1) เป็นอาคารพักอาศัยสูง 34 ชั้น จำนวน 816 หน่วย อยู่ระหว่างหาผู้รับจ้างก่อสร้าง และรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ได้แก่ โครงการอาคารพักอาศัยแปลง D2 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2572 จำนวนหน่วยประมาณ 2,610 หน่วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 4 รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม อาคาร C2-C4 จำนวน 3 อาคาร 1,632 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ แปลง B และ E จำนวนหน่วยประมาณ 11,136 หน่วย คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572

ขณะที่ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทรา ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของ ผู้อยู่อาศัย ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงแผนแม่บทโครงการ พร้อมจัดทำแบบจำลอง 3 มิติของอาคารใหม่จำนวน 490 หน่วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง ได้จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้อยู่อาศัยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทโครงการโดยใช้แนวคิดการพัฒนาเมืองสู่การเป็น Smart City ขณะที่โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนห้วยขวางได้จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้อยู่อาศัยสำรวจฐานข้อมูล ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในเบื้องต้น จัดทำ Work Shop สะท้อนปัญหาของชุมชน เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนแม่บทโครงการฯ

นายทวีพงษ์ ยังได้กล่าวถึง มาตรการและความปลอดภัยโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติรองรับแผ่นดินไหว โดยการเคหะแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้เร่งตรวจสอบอาคารที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว จำนวน 660 โครงการ ทั่วประเทศ พบว่ามีอาคารรับความเสียหายใด ๆ จำนวน 573 โครงการ และได้รับความเสียหายเล็กน้อยถึงปานกลาง จำนวน 87 โครงการ ปัจจุบันตรวจสอบแล้ว จำนวน 44 โครงการ รวม 926 อาคาร สำหรับอาคารที่เสียหายเล็กน้อยถึงปานกลางโดยส่วนใหญ่พบเป็นรอยแตกร้าวของอาคารตามบันไดหรือผนังชำรุดเล็กน้อย สีหลุดล่อน ซึ่งไม่กระทบกับโครงสร้างอาคารสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย

Share this post