จะซื้อทีวีทั้งทีเลือกยังไงให้ตอบโจทย์โดนใจที่สุด

จะซื้อทีวีทั้งทีเลือกยังไงให้ตอบโจทย์โดนใจที่สุด

แม้ว่าในตอนนี้จะมีเทคโนโลยีทีวีมากมายในตลาด และชื่อเรียกที่แตกต่างกันก็อาจสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคเมื่อถึงเวลาต้องเลือกซื้อทีวีเครื่องใหม่ แต่ที่ยังคงยืนหนึ่งในวงการก็ยังคงเป็นทีวี LCD (หรือที่รู้จักกันว่าทีวี LED)ซึ่งทั้งคอหนัง คอซีรี่ส์ และคอกีฬาต่างพากันมองหารุ่นที่ตอบโจทย์โดนใจได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นราคาความคมชัดของภาพ เฉดสี หรือขนาดของหน้าจอ แอลจีจึงขอเสนอสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อทีวีใหม่ เพื่อให้ดูคอนเทนต์โปรดได้อย่างจุใจมากที่สุด

ความละเอียดของภาพต้องคมชัดทะลุจอมากขนาดไหน

ในยุคนี้ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ต้องชัดระดับ 4K ซึ่งต่างก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่นUltra HDหรือ UHD ถ้าดูง่าย ๆ ก็คือทีวีที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า3,840 x 2,160 พิกเซลซึ่งไม่ว่าจะดูคอนเทนต์ประเภทไหน ภาพที่คมชัดทุกรายละเอียดย่อมได้อรรถรสมากกว่าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสริมด้วยระบบ HDR (High Dynamic Range)ซึ่งช่วยยกระดับความลึกล้ำของแต่ละเฉดสี เพิ่มค่าคอนทราสต์และความสว่างของภาพให้ดูมีมิติ สีสันแม่นยำเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นและที่สำคัญคอนเทนต์ 4K ซึ่งหาดูได้ง่ายสุด ๆ ทั้ง Netflix, Youtubeหรือแม้กระทั่งเกมส์ PlayStationต่างก็มีคอนเทนต์ 4Kมากมายให้เลือกสรร

 

แล้วจำเป็นต้องชัดระดับ 8K เลยมั้ย? ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตหลายรายเริ่มวางขายทีวี 8K ในตลาด แต่ยังคงมีคำถามว่าแล้วเราจะไปหาคอนเทนต์ 8K ดูได้จากที่ไหน ซึ่งไม่เพียงปัญหาในเรื่องการขาดแคลนคอนเทนต์ 8K เท่านั้น แต่ราคาของทีวี 8K ยังแพงเกินความจำเป็น เราจึงแนะนำว่าหากสนใจทีวี 8K จริง ๆ ควรรออีกสัก 6 เดือน – 1 ปี ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและคอนเทนต์ที่พร้อมและเหมาะสมกว่านี้จะดีกว่า

 

สีสันสมจริงเป็นธรรมชาติสำคัญที่สุด

สีสันที่สมจริงตามต้นฉบับเป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่
ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อทีวี ซึ่งควรเป็นทีวีที่รองรับช่วงสีแบบ Wide Color Gamut (WCG)หมายความว่าหน้าจอสามารถแสดงเฉดสีได้หลายเฉดมากกว่า ทำให้ภาพที่ออกมามีความแม่นยำใกล้เคียงกับความเป็นจริงและมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

แสดงสีดำสนิทลึกล้ำคอนทราสต์ชัดเจน

จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดของทีวี LED รุ่นก่อน ๆ คือไม่สามารถแสดงสีดำที่ดำสนิทได้ เพราะมีแสงรบกวนจากแหล่งกำเนิดแสงหรือ backlight แต่ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการจัดวางหลอดไฟแบบ Full Array Local Dimming (FALD) ที่วางหลอดกระจายทั่วหน้าจอ จึงควบคุมการแสดงสีได้อย่างเฉพาะจุด แม่นยำมากยิ่งขึ้น ลดแสงรบกวนจากแหล่งกำเนิดแสง จึงแสดงสีดำและคอนทราสต์ได้ลึกล้ำกว่าไม่ว่าจะเป็นในฉากมืดหรือฉากกลางคืน ก็ยังสามารถเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่ในทุกฉาก

 

จะอยู่ส่วนไหนของห้องก็ควรจะดูทีวีได้ชัดเหมือนกัน

มุมมองในการรับชมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะเราไม่ได้นั่งดูทีวีอยู่ในจุดเดิมตลอดเวลา เมื่อต้องเคลื่อนไหวไปส่วนอื่น ๆ ของห้อง หรือชวนเพื่อน ๆ มาดูละครสุดฮิตเรื่องโปรดด้วยกัน ไม่ว่าจะดูจากมุมไหนของห้องก็ต้องมองเห็นภาพได้ชัด สีไม่ผิดเพี้ยนเหมือนกัน จึงควรเลือกหน้าจอแบบ IPS หรือIn-Plane Switchingที่มีมุมมองในการรับชมกว้างถึง 178 องศา แทนที่จะเป็นหน้าจอแบบ VA ที่มีมุมมองในการรับชมเพียงแค่ 60 องศาเท่านั้น ซึ่งหน้าจอแบบ IPS นั้น ไม่ว่าจะรับชมจากมุมไหน หรือองศาใด สีสันก็ยังคงแม่นยำทุกรายละเอียดไม่ผิดเพี้ยนจากต้นฉบับ

 

เคลื่อนไหวเร็วแค่ไหนก็ต้องไหลลื่นไม่มีสะดุด

สำหรับคอหนังแอ็คชั่น คอกีฬา หรือเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลาย ภาพเคลื่อนไหวในฉากหรือแมตช์สำคัญที่ไหลลื่นไม่เบลอไม่สะดุดนั้นสำคัญอย่างมาก จึงต้องให้ความสำคัญกับ Refresh Rate หรือภาพที่แสดงต่อวินาที ซึ่งถ้ายิ่ง Refresh Rate สูง ภาพเคลื่อนไหวก็จะยิ่งลื่นไหล หรือถ้าจะให้รับชมได้อย่างเต็มอรรถรสสุด ๆ ควรเลือกทีวีที่รองรับ High-Frame Rate (HFR) ที่ 120 เฮิรตซ์ หรือ 120 ภาพต่อวินาที เพื่อภาพเคลื่อนไหวที่ราบรื่นไร้รอยสะดุด

 

 

 

ยิ่งใหญ่ยิ่งดีจริงหรือ

ช่วงนี้ ทีวีจอใหญ่ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่แค่ใหญ่อย่างเดียวก็คงจะไม่พอ เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับทีวีก็ต้องมีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย ซึ่งทีวีจอใหญ่ที่มีขนาด 65 นิ้วขึ้นไป จะต้องมาพร้อมมุมมองในการรับชมที่กว้าง เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวสามารถเพลิดเพลินกับความบันเทิงได้เหมือนกันไม่ว่าจะมองจากมุมไหน และควรรองรับภาพระดับ HDR โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dolby Visionที่เพิ่มมิติสีสันและความสว่างให้ภาพมีชีวิตชีวาสมจริงมากที่สุดในทุกอณูของการแสดงภาพเนรมิตบ้านให้เป็นโรงหนังได้อย่างเต็มอรรถรส

 

LG NanoCell TV จะชอบคอนเทนต์แบบไหนก็ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ในฐานะผู้นำตลาดทีวีพรีเมียมของโลก แอลจีได้พัฒนาเทคโนโลยี NanoCellขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการรับชมจากจอ LED ให้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยใช้อนุภาคนาโนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นาโนเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเทคโนโลยีควอนตัมดอทที่ถูกนำมาใช้ในทั้งจอโทรทัศน์และมือถือซึ่งมีขนาดใหญ่ 2-12 นาโนเมตร เทคโนโลยี NanoCellจึงสามารถควบคุมการแสดงเฉดสีได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าและมีคุณสมบัติในการดูดซับการแทรกแซงของแสงจึงแสดงสีสันที่ละเอียดและเสมือนจริงเป็นธรรมชาติ (Nano Color) ในช่วงสีที่มีความกว้างแบบ Wide Color Gamut (WCG) ทำงานคู่กับการจัดวางหลอด LED แบบ Full Array Local Dimming (FALD)วางหลอดไฟLED เต็มหน้าจอเสริมมิติความดำสนิทมากยิ่งขึ้น(Nano Black) ลดแสงสะท้อนสามารถแสดงเฉดสีและแสงเงาได้ในองศาการรับชมที่กว้างถึง 178 องศาโดยที่สีไม่ผิดเพี้ยน (Nano Accuracy)ในดีไซน์เรียบง่ายล้ำสมัย บนขาตั้งพระจันทร์เสี้ยว (Nano Bezel) ลงตัวกับทุกการตกแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

 

 

Share this post