เมื่อตกลงใจแน่นอนว่าจะสร้างบ้าน มีคำแนะนำให้ว่าที่เจ้าของบ้านใหม่ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยง ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัยและจิตใจ
1 .ออกแบบบ้าน นอกจากความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการสร้างบ้าน คือความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย จึงต้องมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ถูกต้องดังต่อไปนี้
-ผู้ออกแบบต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธาลงนามรับรอง(ขึ้นอยู่กับขนาดของอาคาร) ทั้งนี้ควรพิจารณาจากประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญเพื่อประกอบการพิจารณา
- หากมีความต้องการขยับขยายขนาดของบ้านในอนาคต ควรออกแบบโดยคำนวณให้โครงสร้างเผื่อการดัดแปลงต่อเติม กรณีนี้ควรแจ้งสถาปนิกและวิศวกรผู้ออกแบบ เพื่อทำการออกแบบโดยคำนึงถึงความแข็งแรงของอาคารเพื่อการดัดแปลงในอนาคต เพราะหากไม่มีการคำนวณโครงสร้างเผื่อไว้ อาจเป็นอันตรายต่อโครงสร้างเดิมของบ้าน เนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักของวัสดุโครงสร้างอาคารที่เพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ การดัดแปลงดังกล่าวต้องถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
-ออกแบบโดยคำนวณให้โครงสร้างบ้านหรืออาคารสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เนื่องจากกรุงเทพฯตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นดินอ่อนมาก อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล หรือเสี่ยงต่อเหตุแผ่นดินไหว(บ้านพักอาศัยทั่วไปตามกฎหมายกำหนดให้มีการคำนวณดังกล่าว กรณีที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป)
หมายเหตุ...ทั้งนี้ตามมาตรฐานของ “พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่3)พ.ศ.2543 และกฎกระทรวง กำหนดการรับน้ำหนักความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550” ซึ่งได้ประกาศบังคับใช้ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2550
2. ยื่นแบบคำขอ (แบบข.1หรือตามมาตรา 39 ทวิ)พร้อมเอกสารประกอบตามระบุให้ครบถ้วน เพื่อขออนุญาตก่อสร้าง ได้แก่
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดิน
-แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณโครงสร้าง
- หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองสถาปนิก หรือวิศวกรที่เป็นผู้ออกแบบและคำนวณโครงสร้าง
- เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. การสร้างบ้าน ตามแบบที่ยื่นคำขอ และได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารแล้ว หลังจากได้ผู้รับเหมา ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งชื่อผู้ควบคุมงานรายละเอียดดังนี้
- บ้านขนาดเล็ก มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทั้งหลังไม่เกิน 150 ตร.ม. ไม่ต้องมีสถาปนิกหรือวิศวกรควบคุม เจ้าของบ้านหรือตัวแทนเจ้าของบ้านสามารถควบคุมเองได้
- บ้านขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทั้งหลังตั้งแต่ 150 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องมีสถาปนิกควบคุมงานก่อสร้าง
-บ้านตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ต้องมีวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม กทม.แนะนำให้ท่านเลือกใช้บริการผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านที่มีผลงานและประสบการณ์ในการก่อสร้างบ้าน ซึ่งวิศวกรและ/หรือสถาปนิกที่มีใบประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อความสะดวก อุ่นใจ และมั่นใจในการก่อสร้างที่มีคุณภาพ…..