การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

  • 79
  • "/>
  • 79
  • "/>

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

ถาม        อยากทราบวิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ดี ราคาไม่แพงและประหยัดพลังงานด้วยครับ แล้วเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนกับแบบติดหน้าต่าง เหมือนหรือต่างกันอย่างไรครับ

ตอบ        เครื่องปรับอากาศที่ใช้กันตามบ้านทั่วไป มักมีขนาดการทำความเย็นระหว่าง 9,000-30,000 บีทียู/ชม.(Btu/h)หรือ0.75-2.5 ตันความเย็น( 1 ตันความเย็น= 12,000 บีทียู/ชม.)เครื่องที่นิยมใช้กันมี 4 ชนิด คือ

  1. แบบแยกส่วนหรือ SPLIT TYPE เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด ที่เรียกว่าแยกส่วนเพราะได้แยกเอาส่วนที่เป่าลมเย็นออกจากตัวเครื่องระบายความร้อน มีขนาดตั้งแต่ 1-50 ตัน ซึ่งทำให้ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิต ตัวแฟนคอยล์ยูนิตไม่ค่อยมีเสียงดังรบกวน เหมาะกับห้องนอนที่ต้องการความเงียบ มีแต่ความยุ่งยากในการติดตั้งเพราะต้องคำนึงถึงการเดินท่อระหว่างเครื่องที่แยกส่วน มีทั้งแบบติดเพดาน เหมาะกับห้องที่มีขนาดใหญ่ หรือเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ค่อนข้างยาว เครื่องแบบติดผนังเหมาะกับห้องทั่วไป ลักษณะห้องค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส และเครื่องตั้งพื้น เหมาะกับห้องขนาดเล็ก เช่นห้องนอนขนาดเล็กหรือห้องรับแขกขนาดเล็ก
  2. แบบติดหน้าต่าง หรือ WINDOW TYPE เป็นประเภทที่รวมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ในชุดเดียว และแขวนติดไว้ที่ช่องหน้าต่างหรือผนังห้อง มีขนาดตั้งแต่ 9,000-24,000 บีทียู-ชม. เหมาะสำหรับอาคารที่เป็นตึกแถว หรือทาวน์เฮาส์ซึ่งไม่อาจติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิตได้ เพราะไม่มีสถานที่ติดตั้ง ทำงานโดยเป้าลมเย็นให้เข้าห้องพร้อมกับมีส่วนระบายความร้อนออกมาด้านนอก แบบนี้ตัวเครื่องจะมีขนาด 0.7-2.5 ตัน เหมาะกับห้องที่ติดตั้งวงกบกับหน้าต่าง มีกระจกช่องแสงปิดตาย บานกระทุ้งหรือบานเกร็ด สามารถติดตั้ง เคลื่อนย้ายสะดวกรวดเร็ว แต่ถ้าหากเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไป จะมีปัญหาในการติดตั้ง เพราะบริเวณช่องหน้าต่างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และกินไฟสูง นอกจากนี้ยังมีเสียงดังกว่าทุกประเภทเพราะการสั่นสะเทือนของตัวเครื่อง
  3. แบบเครื่องชนิดทำน้ำเย็น หรือ WATER CHILLER ระบบนี้ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการสร้างความเย็น เหมาะใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ตัวเครื่องมีน้ำหนักตั้งแต่ 100 ตันขึ้นไป กินไฟน้อยกว่าประเภทอื่น แต่มีความยุ่งยากในการติดตั้งมาก และต้องเตรียมโครงสร้างให้แข็งแรง
  4. แบบเคลื่อนที่ได้ หรือ PORTABLE TYPE เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สะดวกในการนำไปใช้งาน ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายได้ง่าย เนื่องจากติดตั้งตัวล้อไว้ที่ฐาน น้ำหนักเบาใช้งานง่ายและกินไฟน้อย แต่ใช้ได้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ประมาณ 10-13 ตร.ม.

หลักการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ดี มีดังนี้

1.ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีเครื่องหมายการค้าเป็นที่รู้จักทั่วไป เพราะเป็นเครื่องที่มีคุณภาพ สามารถเชื่อถือได้ โดยพิจารณาจากปริมาณความเย็นและการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าของตัวเครื่องที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อคของผู้ผลิตเป็นสำคัญ

2.หากเครื่องที่ต้องการซื้อมีขนาดไม่เกิน 25,000 บีทียู ควรเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรองการใช้พลังงานไฟฟ้าหมายเลข 5 ซึ่งแสดงว่าเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยมีฉลากปิดที่ตัวเครื่องให้เห็นชัดเจน

3.ถ้าต้องการซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่กว่า 25,000 บีทียู ให้เลือกเครื่องที่มีการใช้ไฟไม่เกิน 1.40 กิโลวัตต์ต่อ 1 ตันความเย็นหรือมีค่า EER(Energy Efficiency Ratio)ไม่น้อยกว่า 8.6 บีทียู/ชม./วัตต์ โดยดูจากแคตตาล็อคของผู้ผลิต และพึงระลึกไว้เสมอว่าเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด นั่นก็คือใช้กระแสไฟฟ้าน้อยที่สุด และให้ความเย็นตามที่กำหนดไว้

นอกจากจะคำนึงถึงราคาในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศแล้ว ยังต้องคำนึงถึงรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นค่าไฟฟ้าทุกเดือน โดยดูจากค่าEER คืออัตราส่วนระหว่างความสามารถในการให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศ ยิ่งค่าEER มากเท่าไรก็จะประหยัดไฟฟ้ามากขึ้นเท่านั้นเอง...

Share this post