หลักพิจารณาในการเลือกซื้อบ้าน – คอนโด

  • 128
  • "/>
  • 128
  • "/>

หลักพิจารณาในการเลือกซื้อบ้าน – คอนโด

 ไม่ว่าจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมทั้งมือหนึ่งและมือสอง จะซื้อเพื่ออยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุน ก็ต้องอยู่ภายใต้กุญแจสำคัญ นั่นคือทำเล โดยคำว่าทำเลที่ดีอาจไมได้หมายความถึงใกล้รถไฟฟ้า หรือ เดินทางสะดวกอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย

  1. ทำเลที่ดี  ทำเลคือหัวใจสำคัญ แต่ทำเลที่ดีเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง โครงการบนทำเลฮอตฮิตใกล้รถไฟฟ้าแค่เดินถึง ในเบื้องต้นอาจจะดูดีแล้วแต่องค์ประกอบอื่น ๆ เช่น เดินทางด้วยรถยนต์แล้วไม่สะดวกเลย ก็อาจยังไม่ใช่ทำเลที่ดีนัก ซึ่งกรณีที่ซื้ออยู่เองจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าซื้อเพื่อลงทุนไม่ปล่อยเช่าหรือขายจะได้ผลตอบแทนน้อย เพราะผู้ซื้อ ผู้เช่ามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ดังนั้นทำเลที่ดีต้องมีองค์ประกอบที่ควบคู่กันไป สะดวกทั้งรถไฟฟ้า สะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ อาจไม่ใกล้รถไฟฟ้า แต่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าได้สะดวก หรืออยู่ในย่านชุมชนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม
  2. ฟังก์ชั่น  ควรเป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะสมกับขนาดครอบครัว ไม่ควรเลือกที่ใหญ่เกินไป หรือเผืออนาคตมากเกินไป เพราะจะเป็นการลงทุนล่วงหน้าที่เกินความจำเป็น โดยในส่วนของห้องชุดที่หากผู้ซื้อจะอยู่เองด้วย และหวังจะขายต่อในอนาคต ก็ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด จากการสำรวจตลาดซื้อขายห้องชุดของตัวแทนที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ระบุว่า ห้องชุดที่ซื้อง่ายขายคล่องมากที่สุดคือ ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25-35 ตร.ม. ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยควรเป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนมากกว่าห้องชุดแบบสตูดิโอ เพราะต้องการความเป็นสัดส่วน สำหรับเรื่องชั้นที่ตั้งของห้องก็มีส่วนสำคัญถ้าเป็นอาคาร 8 ชั้น ควรอยู่ประมาณชั้น 4 – 5 ถือว่ากำลังดี แต่ถ้าเป็นอาคารสูง 20-30 ชั้น ควรอยู่ประมาณชั้น 9 -12 ถือว่ากำลังดี เพราะอาคารยิ่งสูงจะมีปัญหาเรื่องสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น อยู่ชั้นไม่สูงมากก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีทั้งอยู่เองและปล่อยเช่า ยกเว้นคนที่ต้องการชมวิวสูงๆ ก็อาจจะเลือกชั้น 25 เป็นต้นไป
  3. ผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการ การเลือกโครงการที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการรายใด ให้ศึกษาประวัติในอดีตว่าเคยพัฒนาโครงการใดมาแล้วบ้าง คุณภาพของบ้านในโครงการในอดีตเป็นอย่างไร โดยหากเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายกลางหรือรายเล็ก ควรเลือกโครงการที่สร้างเสร็จแล้วจะปลอดภัยกว่า ทั้งในเชิงคุณภาพของตัวบ้านก็จะมีโอกาสได้เห็นของจริง และมั่นใจได้ว่าซื้อบ้าน คอนโดแล้วได้ชัวร์ การซื้อโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป อาจมีปัญหาได้เช่นกัน แต่การซื้อโครงการดังของผู้ประกอบการรายใหญ่โดยเฉพาะคอนโด สามารถอุ่นใจได้ว่าสร้างชัวร์หรือถ้าไม่สร้าง หรือสร้างไม่ได้ ก็ยังได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย แต่หากเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายเล็ก หากมีปัญหาเรื่องสร้างไม่ได้ อาจมีความเสี่ยงในเรืองการคืนเงิน
  4. ผ่านอีไอเอหรือไม่ ได้ใบอนุญาตหรือยัง  หลังจากถูกใจทำเล ถูกใจฟังก์ชั่นบ้านหรือห้องชุดของโครงการนั้น ๆ แล้ว กรณีที่เป็นคอนโดจำนวนเกินกว่า 79 ยูนิต ควรสอบถามพนักงานขายด้วยว่า โครงการผ่านอีไอเอหรือผ่านการอนุมัติจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่  ได้ใบอนุญาตก่อสร้างหรือยัง กรณีที่คอนโดนั้น ๆ ยังไม่ผ่านอีไอเอ ก็จะยังไม่ได้ใบอนุญาตก่อสร้างด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่แนะนำให้ซื้อ เพราะหากจองไปแล้ว ท้ายที่สุดโครงการไม่ผ่านอีไอเอก็เท่ากับเสียเวลาและเสียโอกาส ยกเว้นยอมรับความเสี่ยงในข้อนี้ได้และหากโครงการผ่านอีไอเอแล้ว ก็ต้องสอบถามด้วยว่า ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้วหรือยัง
  5. โบรชัวร์  กรณีที่ซื้อที่อยู่อาศัยที่ยังสร้างไม่เสร็จ ให้เก็บโบรชัวร์และเอกสารการขายต่าง ๆ ไว้ให้ดีเพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญในการรักษาสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อได้ โดยแนะนำว่าให้เก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ ทั้งโบรชัวร์ในสำนักงานขายทุกรายละเอียด การโฆษณาต่าง ๆ ตามหน้าหนังสือสือพิมพ์หรือการโฆษณาผ่านสื่อ ณ จุดขายรวมไปถึง การถ่ายรูปห้องตัวอย่าง จุดที่ผู้ประกอบการแจ้งว่าจะให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการอ่านสัญญาจะซื้อจะขายอย่างละเอียด
  6. ราคาบ้านที่เหมาะสมกับผู้ซื้อ  ประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการซื้อที่อยู่อาศัยเช่นกัน ผู้ซื้อควรเลือกซื้อบ้านหรือห้องชุดในราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ เพื่อไม่ให้จำนวนเงินผ่อนสูงเกินไป หรือยังมีโอกาสในการยื่นกู้ได้ดีกว่า หากเลือกราคาที่สูงมากอาจทำให้ผ่อนไม่ไหวในอนาคตได้

Share this post