ข่าวสาร

ค้นพบ 8,094 รายการ

‘อนันดา’ เคาะอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 1 ปี 6 เดือน และ 2 ปี 6 เดือน ที่ 4.50 – 5.40% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป-ผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 11 - 13 ม.ค. 2565

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กำหนดอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 4.50% ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 5.40% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2565 ผ่านสถาบันการเงิน 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) มั่นใจกระแสตอบรับดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยหุ้นกู้ชุดดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB- ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้ (Investment Grade) เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร และมีแนวโน้ม “คงที่” จากทริส เรทติ้ง ขณะที่ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ผู้ถือหุ้นจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนล้นจำนวน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

เอ็นพลัส ผู้นำด้านโซลูชั่นการย้ายที่อยู่ระหว่างประเทศระดับโลกจากญี่ปุ่น และ ดิ เอสเตท (ไทยแลนด์) ลงนาม MoU เสริมแกร่งธุรกิจเวิลด์ฮับ เพื่อรองรับต่างชาติ ต่อยอด MQDC ผู้นำตลาด

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสทอเรีย กรุงเทพฯ - เอ็นพลัส อิงค์ (Enplus Inc.) บริษัทขนย้ายชั้นนำระดับโลกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ริโก้ ลีสซิ่ง (Ricoh Leasing) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจกับบริษัท ดิ เอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ The Estate (Thailand) บริษัทในเครือของบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยการลงนามครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญของการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจในอาเซียน การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจแบบ B2B ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย โดยทั้ง เอ็นพลัส และ ดิ เอสเตทจะช่วยกันเติมเต็มและเสริมสร้างประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในทุกมิติ นำเสนอโซลูชั่นการบริการและประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้า ความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทจะทำให้ เอ็นพลัส สามารถขยายธุรกิจในอาเซียน ในขณะที่ ดิ เอสเตท สามารถให้บริการแบบครบวงจรที่ พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าองค์กรในญี่ปุ่น และขยายฐานลูกค้าภายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

“เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน” มั่นใจปี 65 ปั้นยอดขายโต 150% ชูกลยุทธ์พันธมิตรทางการตลาด

เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน ในเครือ “SEACON” นำโดยนายธีรพงศ์ นคราวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด ประกาศศักยภาพการันตีความเก๋าเกมส์ในธุรกิจรับสร้างบ้าน หลังเปิดตัว 11 เดือน ยอดขายทะลุเป้าแตะ 150 ล้านบาท เผยปี 2565 รุกตลาดรับสร้างบ้านใช้กลยุทธ์พันธมิตรทางการตลาด จับมือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ประเดิมไตรมาสแรกร่วมกับบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการขายบ้าน SC GRAND พร้อมที่ดินติดถนนสุขาภิบาล 5 หน้าโครงการเนเบอร์โฮม วัชรพล กรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าตอกย้ำการเป็นบริษัทรับสร้างบ้านพรีเมียมแบรนด์ ดึงศักยภาพพันธมิตรธุรกิจเสริมความมั่นใจคุณภาพแม้เป็นแบรนด์ใหม่ อาทิ A. MOTORS GROUP ผู้นำเข้ารถยนต์หรู, บริษัท พรีเซ้นต์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำระบบอัจฉริยะในบ้านครบวงจร และ GRANDHOME ผู้นำด้านกระเบื้องและสุขภัณฑ์ มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ผนึกกำลังต่อยอดสู่ยอดขายโต 500 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี นับเป็นก้าวใหม่ของธุรกิจในเครือของตระกูล “ซอโสตถิกุล” กับความสำเร็จของแบรนด์ล่าสุดอย่าง เอส ซี แกรนด์ รับสร้างบ้าน ภายใต้นิยามการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ด้วยแนวคิด “Smart Vision – Smart Living” ชูจุดขายบริษัทรับสร้างบ้าน Intelligent Home รายแรก ที่ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจเพียงไม่กี่เดือนคว้ายอดขายหลักร้อยล้าน ผ่านกลยุทธ์การตลาดสื่อออนไลน์เป็นหลัก จากเดิมที่ธรรมชาติของการทำธุรกิจในแวดวงรับสร้างบ้านมักทุ่มงบไปที่การตลาดออฟไลน์เป็นหลัก

จาร์ตัน เปิดตัว “JARTON Home” แพลตฟอร์ม IoT ครบวงจร..ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

“จาร์ตัน เทคโนโลยี” เปิดตัวแอปพลิเคชัน “JARTON Home” แพลตฟอร์ม IoT หรือ Smart Home Super App สัญชาติไทย ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในอาเซียน แอปฯเดียวควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ระดับชั้นนำทั่วโลก ได้ครอบคลุมกว่า 100 แบรนด์ ใช้งานได้ทั้ง Mobile Application และ Web Application รองรับการสั่งเสียงด้วยเสียง Google Assistant, Apple Siri และ Amazon Alexa สามารถสั่งงานผ่าน Apple Watch, Apple Home Kit, Samsung SmartThings ตั้งเป้า หาพันธมิตรร่วมทุน และ Strategic Partner เพิ่มเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง โดยมุ่งขยายการใช้งาน JARTON Home สู่ระดับอาเซียน มั่นใจผลักดันตลาด Smart Home ที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ให้ขยายตัวเพิ่ม 3 - 5 เท่า ภายใน 2 ปี และผลักดันบริษัทแม่ จาร์ตัน โฮลดิ้งส์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายในปี 2568

“ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ผนึก “ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป” และ “ซิปเม็กซ์” ก้าวสู่โลกดิจิทัลอินโนเวชัน เน้น Smart Living ตอบโจทย์ทุกมิติการอยู่อาศัย

โครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” จับมือ “ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป” นำ “ดิจิทัลโซลูชัน” จากการเป็น Partner with True Smart Living มาใช้ในทุกส่วนของอาคาร ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ใช้นวัตกรรมสุดล้ำจาก ทรู ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ Smart Living ให้ลูกบ้านสะดวกสบายและปลอดภัยในยุค IoT พร้อมทั้งรองรับการใช้จ่ายในโลกดิจิทัล โดยจับมือกับ Zipmex Thailand แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จะเห็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่าน Cryptocurrency ที่ให้ผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น

การเคหะแห่งชาติผนึกกำลังกับตำรวจภูธรภาค 1 ปราบปรามยาเสพติดในชุมชนในพื้นที่ 9 จังหวัด พร้อมสร้างความเข้มแข็ง รักษาความสงบเรียบร้อย ลดปัญหาอาชญากรรมในชุมชน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรภาค 1 ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินโครงการชุมชนยั่งยืนแบบครบวงจร โดย นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมลงนามกับ พลตำรวจโท จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย นายอัครพล ลีลาจินดามัย กรรมการการเคหะแห่งชาติ ร่วมแสดงความยินดี พลตำรวจตรี พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรภาค 1 และ นายสมเจต ประพันธ์บัณฑิต ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

RISC เปิดตัว “ฟ้าใส มินิ” หอฟอกอากาศกำจัดฝุ่นและเชื้อโรค เพื่ออากาศที่ดีของเมือง ต่อยอดงานวิจัย พร้อมจำหน่ายโดย Dsupreme ธันวาคม 2564 นี้เป็นต้นไป

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) เปิดเผยว่า RISC เดินหน้าไม่หยุดยั้งทำงานวิจัยภายใต้หลักการ “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ที่จะช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกชีวิต ตอกย้ำความสำเร็จของหอฟอกอากาศระดับเมืองอัตโนมัติแบบไฮบริด “ฟ้าใส (Fahsai )” ทั้ง 2 รุ่น พัฒนาสู่ “ฟ้าใส มินิ (Fahsai Mini)” หอฟอกอากาศที่มีขนาดเล็กลง ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมจำหน่าย ผ่านบริษัท Dsupreme ผู้เน้นสินค้า Wellbeing Innovation ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศออกสู่วงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคต่างๆ ในอากาศที่เรากำลังเผชิญอยู่ “RISC มีความตั้งใจที่จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกชีวิต ซึ่งผลงานวิจัยที่ออกมาได้นำมาใช้ในหลายโครงการอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัย พื้นที่สาธารณะอย่างมักกะสัน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม ต่อการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่การพัฒนาและสร้างหอฟอกอากาศระดับเมืองหรือ ‘ฟ้าใส I’ ขึ้นในปี 2563 พัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็น 'ฟ้าใส II' ที่สามารถเพิ่มการจัดการกับเชื้อแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ ได้ในช่วงต้นปี 2564 ขณะนี้เราได้พัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็น ‘ฟ้าใส มินิ’ ที่มีขนาดเล็กลง เข้าถึงพื้นที่แออัดในเมืองได้ ซึ่งเราตั้งใจพัฒนาใหม่ให้ทันต่อสถานการณ์ และได้ทำการทดลองและพัฒนาประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง เราจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศนี้ ขยายสู่หลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น” รศ.ดร.สิงห์ กล่าว