วีบียอนด์ จับมือ ไอเอฟซีจี และ ชาญอิสสระ จับมือขยายฐานลงทุนทั้งรายใหญ่-รายย่อย โดยชาญอิสสระประเดิม 2 โครงการคือ “บลู ไดมอนด์”และ “ดิ อิสสระ เชียงใหม่”
นายวรเดช รุกขพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์จำกัด(มหาชน) บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ กล่าวว่า ความร่วมมือกับทั้ง 2 องค์กรในครั้งนี้ ได้ทำให้เกิด Ecosystem ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ประโยชน์ระหว่างผู้ผลิต, ผู้จัดจำหน่าย จนถึงผู้บริโภครายย่อย นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยทางบริษัทฯ นำโครงการของชาญอิสสระฯมานำเสนอและขายให้กับลูกค้าของวี บียอนด์ ผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยได้ในวงกว้าง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มาลงทุนจะได้ผลตอบแทน ในส่วนของค่าคอมมิชชั่นจากการเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงที่โครงการอยู่ระหว่างพรีเซล และ 2.กำไรส่วนต่างจากราคาขาย ในส่วนของโครงการที่พร้อมอยู่ ซึ่งเป็นโครงการที่วี บียอนด์ฯซื้อเข้ามาขายต่อให้กับลูกค้าในแพลตฟอร์มของวี บียอนด์ฯ
ด้ายนายวิทูร เลิศพนมวรรณ บริษัท ไอเอฟซีจี จำกัด นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนกล่าวว่า ความร่วมมือกับชาญอิสสระฯ ถือว่าเป็นโอกาสในการที่ไอเอฟซีจีได้นำโครงการที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี มานำเสนอกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ของไอเอฟซีจี รวมทั้ง จะช่วยให้ไอเอฟซีฯสามารถต่อยอดในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติได้
ด้าน นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯได้ร่วมมือกับบริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านนายหน้า และบริษัท ไอเอฟซีจี จำกัด ดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ในการขยายช่องทางการขายโครงการของบริษัทฯผ่าน 2 บริษัทพันธมิตร โดยเบื้องต้นเป็นการนำ 2 โครงการของบริษัทฯ คือ โครงการ “บลู ไดมอนด์” จำนวน 30-40 ยูนิต ในอ.ชะอำ เป็นคอนโดฯสูง 21 ชั้นจำนวน 1 อาคาร พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30.20-64.28 ตารางเมตร รวม 491 ยูนิต ราคาเร่ิมต้นที่2.19-6.6 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,506 ล้านบาท และโครงการ “ดิ อิสสระ เชียงใหม่” จำนวน 100 ยูนิต บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ เป็นคอนโดฯสูง 7 ชั้น 2 อาคาร พื้นที่ใช้สอย 35-70 ตารางเมตร จำนวน 265 ยูนิต ราคาเร่ิมต้นที่ 2.69-6.19 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 685 ล้านบาท