ออเนอร์ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ First Iconic Mixed-Use Project คอนโด Mixed-Use ระดับ Ultra-Luxury บนทำเลศักยภาพ

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

ออเนอร์ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ First Iconic Mixed-Use Project คอนโด Mixed-Use ระดับ Ultra-Luxury บนทำเลศักยภาพ

ออเนอร์ กรุ๊ป จัดงานOpen HouseเปิดตัวโครงการFirst Iconic Mixed-Use Project คอนโด Mixed-Use ระดับ Ultra-Luxury บนทำเลดีที่สุดในพัทยาเหนือ โชว์7 เหตุผลสร้างความต่างมัดใจลูกค้า พร้อมรุก ตลาดแนวราบจ่อคิวเปิดตัวต่อเนื่องในปี 2566

นางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือออเนอร์ กรุ๊ป จำกัดผู้ประกอบการธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในพัทยามากว่า 20 ปี เปิดเผยว่าบริษัทฯได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารชุดพักอาศัย(คอนโดมิเนียม)ภายใต้ชื่อ “วันส์ พัทยา”(ONCE PATTAYA)เสร็จสมบูรณ์100% ตกแต่งอย่างลงตัว ตอบสนอง ทุกความต้องการพร้อมให้เข้าอยู่อาศัยแล้ววันนี้!!โดยเตรียมจัดบิ๊กอีเว้นท์ใหญ่ในวันที่ 24มิถุนายน2566ที่กำลังจะถึงเชิญแขกผู้มีเกียรติกว่า 500ท่านเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการFirst Iconic Mixed-Use Projectคอนโด Mixed-Use ระดับ Ultra-Luxury ที่รวม 3โครงการเข้าด้วยกัน ได้แก่ 1. วันส์ พัทยา (ONCE PATTAYA)คอนโดมิเนียม 2.โรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์พัทยา ซิตี้(HILTON GARDEN INNPATTAYA CITY)และ 3. ศูนย์รวมร้านค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่บนทำเลศักยภาพดีที่สุดในพัทยาเหนือ ที่ผ่านมาโครงการฯได้จัดกิจกรรม เพื่อมอบความสุขให้แก่ลูกค้า เช่น งาน Financial Dayเชิญลูกค้าพบธนาคารเพื่อปรึกษาเรื่องสินเชื่อเพื่ออยู่อาศัย
เชิญลูกค้าเข้าตรวจห้องชุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่านที่สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่โครงการ ONCE PATTAYAได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-18.00 น.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 061 653 6599, 038 413 160 ต่อ 111Line OA : oncepattayaหรือลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ www.oncepattayacondo.com/
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

 โครงการONCE PATTAYAเป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัยรวม 427 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่  28.4-201 ตารางเมตรราคาขายเฉลี่ย 140,00 บาทต่อตารางเมตร มูลค่าโครงการกว่า 2,200 ล้านบาท
ปัจจุบันONCE PATTAYAมียอดขายแล้วกว่า 90% โดยโครงการยังได้มอบบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ อีลิท” ของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) เพื่อรับสิทธิพิเศษ Privilege Elite Visa สามารถอยู่อาศัยระยะยาวแบบ  Long Stay Visa ในเมืองไทยได้นานถึง 20 ปี นอกจากนี้ONCE PATTAYAยังมีศักยภาพที่โดดเด่นตอบโจทย์ การใช้ชีวิตอีกหลายด้านได้แก่

  • โครงการ Mixed-Use แห่งแรกในพัทยาเหนือ ที่รวบรวมทั้งที่พักอาศัย โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร  
    สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่นคาเฟ่ Hey! Coffee และ Co-Working Space ที่บริการอาหารเครื่องดื่มทุกประเภท,ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม.และ HYDONSEN & SPA
  • การเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมต่อ 3 สนามบินได้แก่ สนามบินดอนเมือง,สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภา รวมไปถึงการเดินทางโดยรถยนต์บนเส้นมอเตอร์เวย์ และอนาคตยังมีสถานีรถไฟรางเบาสายสีเขียวซึ่งห่างจากโครงการONCE PATTAYA เพียง 190 เมตรเท่านั้น
  • ทำเลใจกลางพัทยาตั้งอยู่ในทำเลไข่แดงด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ทำให้โครงการ ONCE PATTAYA มีศักยภาพโดดเด่นอีกทั้งยังใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Terminal 21 พัทยา,ชายหาดพัทยา, ร้านอาหาร, โรงเรียนนานาชาติ, สถานที่ราชการ, โลตัส, ตลาด และโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
  • FULLY FURNISHED มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ระดับโรงแรม 5 ดาว เครื่องใช้ไฟฟ้าตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่
  • การบริการหลังการขาย โดยทีมงานที่มีประสบการณ์การขาย การตลาด และบริการหลังการขาย
    ในเมืองพัทยากว่า 20 ปี
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันDouble Facility เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัย เช่น
    Once Grand Lobby, Once Co-Working Space, Once More Bar, Infinity Edge Pool, Kids Play Room, Sky Garden, Once Sky Gym,Vanilla Sky Bar & Cloud Sunkenและส่วนกลางจุดอื่นๆ
    มากกว่า 19 รายการ
  • THAILAND ELITE 20 YEARS VISA รับ Ultimate Privilege Elite Visa สามารถอยู่อาศัยระยะยาวในเมืองไทยได้นานถึง 20 ปี สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ

“ONCE PATTAYAเล็งเห็นถึงความสำคัญในการคัดสรรวัสดุที่ได้มาตรฐานใส่ใจทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นผนังกั้นห้องความหนา 15 เซนติเมตร รวมไปถึงกระจกนิรภัยหนา12 มิลลิเมตร ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทำกิจกรรมและพักผ่อนภายในห้องพักได้อย่างเต็มที่รวมทั้งแนวคิดที่สอดรับการดำเนินชีวิตในยุคNew Normal โดยออกแบบนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในโครงการอาทิ ระบบสแกนป้ายทะเบียนรถทางเข้า-ออก,ระบบสแกนใบหน้า บริเวณทางเข้าล๊อบบี้และลานจอดรถ, ระบบคิวอาร์โค้ดในการเข้าพื้นที่ส่วนกลางเพื่อความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย,  ระบบเซ็นเซอร์ประตูทางเข้าห้องน้ำแบบเปิดอัตโนมัติ (Touchless) โดยไม่ต้องสัมผัสมือประตู, พื้นที่จอดรถ ออกแบบการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกรองน้ำประปาในอาคารซึ่งหวังว่าผู้อยู่อาศัย จะรู้สึกได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น” นางสาวธิดา กล่าว

      นางสาวธิดา กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาโรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์พัทยา ซิตี้(HILTON GARDEN INNPATTAYA CITY)ว่าเป็นไปตามแผนงานของบริษัทฯเดินหน้าพัฒนาอย่างเต็มที่ภายหลังจากที่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารยูโอบี ซึ่งการได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารขนาดใหญ่ เป็นการตอกย้ำว่าเป็นโครงการที่ดีและ มีศักยภาพ อีกทั้งยังถือเป็นการยืนยันมาตรฐานและการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้โรงแรมตั้งอยู่ บนเนื้อที่ดิน 2 ไร่จากทั้งหมด 4.5ไร่ ติดถนนพัทยาสาย 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Mixed-Use พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครันตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้“ออเนอร์ กรุ๊ป” รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า 3,700 ล้านบาท โดยโรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ พัทยา ซิตี้มีมูลค่าก่อสร้างกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 29 ชั้น ขนาด 300 ห้อง “ออเนอร์ กรุ๊ป” ยังสร้างสรรค์ HYDONSEN & SPA ซึ่งเป็น Super Luxury Art Onsen & Spa ที่มาในคอนเซ็ตป์ HYD มาจาก HYDRO (ไฮโดร)ก็คือน้ำพร้อมร้านค้าปลีก 6 ร้าน ขนาดพื้นที่รวม 2,000 ตารางเมตรกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568

   พร้อมกันนี้นางสาวธิดา ยังกล่าวในตอนท้ายว่า“ออเนอร์ กรุ๊ป” เตรียมเปิดตัวโครงการอีกหลายโครงการในปี 2566 นี้ ตั้งแต่โครงการบ้าน“ระดับลักชัวรี่”ราคาเริ่มต้น 8 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 32 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ มาบประชัน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญมากสำหรับเมืองพัทยาเพราะเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปา และยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจไปจนถึงโครงการบ้านเดี่ยวระดับ“อัลตร้าลักชัวรี่”ราคาเริ่ม 30 ล้านบาทขึ้นไปบนทำเลนาจอมเทียน ซอย 2 (ซอยร้านอาหารปูเป็น) พื้นที่กว่า 8 ไร่ อยู่ห่างทะเลเพียง 900 เมตร ที่ปัจจุบันหาดจอมเทียนมีการถมทรายจึงทำให้ชายหาดมีความกว้างถึง 40 เมตร ซึ่งทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาทำให้มั่นใจได้เลยว่า “ออเนอร์ กรุ๊ป” มีแผนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ และการเติบโตเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกEEC

Share this post