RISC by MQDCจับมือEECเปิดตัวนวัตกรรม ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Air ช่วยเหลือโรงพยาบาลยามฝ่าวิกฤตCOVID-19

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

RISC by MQDCจับมือEECเปิดตัวนวัตกรรม ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Air ช่วยเหลือโรงพยาบาลยามฝ่าวิกฤตCOVID-19

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่าศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนโดยบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดหรือRISC by MQDCตอกย้ำกลยุทธ์การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกชีวิต หรือ ‘For AllWell-Being’ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสังคมโดยรวม จึงร่วมกับกลุ่มบริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด (EEC) พันธมิตรด้าน งานระบบและวิศวกรรมทั้งระดับชาติและนานาชาติ ในการพัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรม“ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Air”นำร่องติดตั้งที่โรงพยาบาลกลางสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยในสถาณการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักโดยเน้นคุณภาพอากาศเทียบเท่าห้องผ่าตัด ทั้งนี้ทุกชิ้นส่วนสามารถถอดประกอบได้ เพื่อความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายและสามารถติดตั้งภายนอกอาคาร โรงพยาบาลสนาม หรือ ส่วนต่อเติมที่ใกล้ห้องฉุกเฉิน(ER) เพื่อรองรับการเข็นเตียงผู้ป่วยที่ติดเชื้อเข้าใช้งาน

“ด้วยความตั้งใจของRISC by MQDCและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีมาร่วมสร้างประโยชน์เพื่อสังคมโดยเล็งเห็นถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดเป็นวงกว้างส่งผลทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลประสบปัญหาพื้นที่ปลอดภัยในการทำงานไม่เพียงพอขาดแคลนห้อง ER หรือห้องรักษาผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องการทำหัตถการเราจึงคิดว่าห้องที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน รองรับการทำหัตถการฉุกเฉินที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (ผู้ป่วยสีแดง)สำคัญอย่างยิ่งเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนห้องER และช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้นเพื่อรองรับและสร้างความปลอดภัยให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในพื้นที่จำกัดให้กับบุคลากรด่านหน้า

 

RISC by MQDCจึงได้ร่วมมือกับEEC บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านงานระบบอาคาร เพื่อสร้างสรรค์“ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Air” ให้เป็นนวัตกรรมที่ใช้ระบบปรับคุณภาพอากาศแบบไหลทางเดียวลดการแพร่กระจายเชื้อจึงเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับผู้ป่วยและบรรเทาปัญหาความไม่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องการทำหัตถการอย่างปลอดภัย

 

ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Airได้รับการออกแบบทุกส่วนตามหลักสุขภาวะที่ดี(Health andWell-being)สร้างความปลอดภัยด้วยระบบปรับการไหลของอากาศภายในห้องรวมถึงการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและยืนหยุ่นต่อการใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกและมีการใช้หลักการออกแบบเพื่อสุขภาพจิตที่ดีผนวกเข้าไปกับส่วนผนังภายนอกของห้องเพื่อช่วยผ่อนคลายผู้ป่วยที่รอรับการตรวจด้วยการใช้แสงสีฟ้า ในการช่วยลดความเครียดลงได้เร็วกว่าแสงสีขาวถึง3 เท่าให้แก่ผู้ป่วย ถือเป็นการช่วยลดความเครียดให้กับทั้งผู้ป่วย ญาติ และผู้ที่สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย ”รศ.ดร.สิงห์กล่าว

 

“ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Airได้มีการพัฒนาโดยRISC by MQDC ร่วมกับEEC ออกแบบห้องฉุกเฉินความดันลบ 12 Pa (*ข้อกำหนดขั้นต่ำของห้องความดันลบ 7.5 Pa)ทางเข้าของแพทย์ (Anteroom) เตรียมความดันลบที่5 Pa เพื่อทำให้อากาศภายในห้องที่มีผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ไม่ไหลออกสู่ภายนอก ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อภายในห้องได้มีการออกแบบแยกพื้นที่ให้มีความดันลบต่างกัน แยกทางเข้า-ออก เป็นทางเดียว (one-way route)เพื่อลดทั้งโอกาสการติดเชื้อและลดการแพร่เชื้อสู่ส่วนต่างๆ ของห้อง 

 

นอกจากนั้นยังได้ทำการออกแบบงานระบบให้มีการดูดอากาศออกไปโดยตรงจากผู้ป่วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดภายในห้อง โดยผ่าน HEPA Filter กรองอากาศและกักเชื้อก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก ทำให้ปลอดภัยทั้งภายในและบริเวณโดยรอบและมีการเติมอากาศบริสุทธิ์ (100% Fresh air) เข้าสู่ห้อง เพื่อทำให้มีการแลกเปลี่ยนอากาศใหม่ตลอดเวลา ไม่ใช้อากาศเดิมหมุนเวียนในห้องและเป็นระบบปรับอากาศที่มีการควบคุมทิศทางการไหลของอากาศโดยแยกแต่ละพื้นที่ดังนี้

 

  1. พื้นที่ทางเข้าของแพทย์เพื่อเตรียมเข้าห้อง (Anteroom) ออกแบบระบบอัตราการถ่ายเทเปลี่ยนอากาศ 10 รอบต่อชั่วโมง (10 Air changes/hour)
  2. ส่วนหัตถการ มีการออกแบบระบบอัตราการถ่ายเทเปลี่ยนอากาศ13 รอบต่อชั่วโมง (13Air changes/hour)
    *มาตรฐานด้านการแพทย์กำหนดขั้นต่ำของห้อง ER ระบบอัตราการถ่ายเทเปลี่ยนอากาศ12 รอบต่อชั่วโมง (12 Air changes/hour)

 

ส่วนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมของตัวห้องได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบนพื้นผิวของห้องและการอนุรักษ์พลังงานการใช้งานได้ตรงตามพฤติกรรมออกแบบตามหลักด้านสุขอนามัยและมีความยืดหยุ่นต่อการประกอบติดตั้งใช้พื้นที่น้อยมีความคล่องตัวในการขนย้าย

 

ภายในห้องมีรายละเอียดดังนี้

 

  • ผนัง ISO WALL มีพื้นผิวผนังไม่เอื้อต่อการเกิดเชื้อราและทำความสะอาดง่าย
  • ประตูทั้งหมดเป็น Seal door ป้องกันการรั่วไหลของอากาศ เพื่อความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ ขนาดประตูหลักกว้างเหมาะสมสำหรับรถเข็นและการขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ
  • ขนาดห้องวางเตียงผู้ป่วยได้ 1 เตียง และรองรับทำหัตถการฉุกเฉิน ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (ผู้ป่วยสีแดง)
  • พื้นห้องปูกระเบื้องยาง ตามมาตรฐานห้อง Clean room
  • ไฟแสงสว่างภายในห้องเลือกใช้อุณหภูมิสีของแสง 4000K และติดตั้งไฟในตำแหน่งทำหัตถการ
  • พื้นผิวภายในห้องเน้นสีขาวเพื่อสร้างการสะท้อนเพิ่มความสว่างภายในห้อง แพทย์ทำการรักษาและทำหัตถการมองเห็นได้อย่างชัดเจน และดูสะอาด มองเห็นสิ่งผิดปกติในห้องได้ง่าย

 

ภายนอกห้องมีรายละเอียดดังนี้

 

  • ผนัง ISO WALL ติดตั้งฉนวนโพลิยูริเธนชนิดกันไฟลาม ความหนา 2 นิ้ว เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก และป้องกันการรั่วซึมของอากาศ (Air leakage protection) เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในห้อง
  • ห้องสามารถนำไปวางพื้นที่ภายนอกได้ กันแดด กันฝน
  • ห้องทุกชิ้นส่วนสามารถถอดประกอบได้ เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
  • ห้องออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัดเพื่อใช้ได้ทุกสถานที่ แม้จะมีพื้นที่กำจัด
  • ผนังห้องภายนอกเปลี่ยนสีของแสงได้ตามช่วงเวลาเพื่อผ่อนคลายและให้ความสว่างโดยรอบ

 

RISC by MQDCให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตใจจากการออกแบบผนังห้องภายนอกให้มีการเปลี่ยนสีได้ตามเวลาช่วงกลางคืนเปิดไฟโทนสีอุ่น (Warm white) และช่วงกลางวันเปิดไฟสีโทนฟ้า(Blue Light)ในช่วงความยาวคลื่น470-480นาโนเมตรจากผลงานวิจัย พบว่า แสงสีฟ้าช่วยลดความเครียดได้เร็วกว่าถึง 3เท่า เมื่อเทียบกับแสงสีขาวและยังกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้า (Prefrontal cortex: PFC) ซึ่งช่วยในการบริหารจัดการ กำกับความคิด อารมณ์ และสร้างความผ่อนคลายโดยตรง

 

 

นายเกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด (EEC) กล่าวว่าEEC ได้ร่วมมือกับRISC by MQDCในการพัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรมห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Air แห่งแรก และติดตั้งที่โรงพยาบาลกลางสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะบริษัทชั้นแนวหน้าด้านวิศวกรรมทั้งระดับชาติและนานาชาติ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนาให้เกิดห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100% Fresh Airที่จะเป็นส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่โรงพยาบาลบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ และช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

EEC ได้เข้ามามีส่วนในการช่วยออกแบบและงานด้านวิศวกรรมของ“ห้องฉุกเฉินความดับลบ (Negative Pressure ER)100%  Fresh Airโดยมีขนาดตัวห้องกว้าง2.50เมตรยาว6.00 เมตรสูง2.75 เมตร หรือขนาดพื้นที่ห้อง15.00ตารางเมตร สามารถวางเตียงผู้ป่วยได้ 1 เตียง และรองรับทำหัตถการฉุกเฉิน ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (ผู้ป่วยสีแดง) มีการออกแบบแบ่งแยกพื้นที่และทิศทางเข้าออกอย่างชัดเจนของผู้ป่วยและบุคลากร พร้อมทั้ง Anteroom ก่อนเข้าพื้นที่และก่อนออกจากพื้นที่ที่ควบคุมแรงดับลบ (Negative Pressure) พร้อมระบบประตู Seal Door เพื่อป้องกันการรั่วไหลเชื้อออกสู่ภายนอก ระบบปรับอากาศในพื้นที่ถูกออกแบบเป็นระบบ 100% Fresh Air (ไม่ใช้อากาศเดิมหมุนวนในห้อง) ที่มีการควบคุมอุณหภูมิความชื้นความสะอาดโดยผ่าน HEPA FILTER ที่มีการจ่ายอากาศภายในห้องแบบ Uni-Directional Air Flow เพื่อควบคุมทิศทางการไหลอากาศในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยให้แก่บุคลากรฯขณะทำการรักษา และมีระบบระบายอากาศเสียจากตัวผู้ป่วยโดยตรงที่บริเวณหัวเตียงผู้ป่วยโดยนำไปผ่านการกรองด้วย HEPA FILTER และฆ่าเชื้อโรคก่อนนำไปทิ้งสู่ภายนอก เพื่อความปลอดภัยสำหรับพื้นที่บริเวณโดยรอบอีกด้วย”นายเกชา กล่าว

Share this post