เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง โดดเด่น คว้า CGR ระดับดีเลิศ 5 ดาว ปีที่2 Excellent CG Scoring การกำกับดูแล กิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2567

  • 18879_2

เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง โดดเด่น คว้า CGR ระดับดีเลิศ 5 ดาว ปีที่2 Excellent CG Scoring การกำกับดูแล กิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2567

บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ แนวสูง ได้รับ ISO รายแรกของไทย ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี2567 ระดับดีเลิศ 5 ดาว (Excellent CG Scoring) ต่อเนื่อง ปีที่ 2 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่ดีตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทยึดมั่นและให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึง บริษัทมีความมุ่งมั่น มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีเยี่ยมต่อเนื่อง มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส คำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ นำพาองค์กรให้เติบโต อย่างยั่งยืน

นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจ ของ องค์กร ที่ได้รับรางวัลนี้ เป็นปีที่ 2 เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง อยู่ในระดับ “ดีเลิศ (Excellent)” 5 ดาว และขอยึดมั่น ถือปฏิบัติ ให้ความสำคัญ ต่อนโยบายการพัฒนา และกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักในการนำพาองค์กรให้ สามารถเติบโต เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้รับประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ คือเป้าหมาย ที่อ็น.ซี มีความตั้งใจที่ดี
         " ในช่วงต้นปี 2567 ได้มีการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท และได้เลื่อนการเปิดโครงการใหม่ออกไป 2-3 โครงการ สำหรับผลประกอบการของบริษัท ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับในปีหน้า คาดว่าเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับ เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ก็จะเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีแลนด์แบงก์รองรับการพัฒนาโครงการได้ถึง 10 ปี นอกจากนั้นในแต่ละปียังมีงบซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ 500-1,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทก็อาจพิจารณาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหลังหยุดการพัฒนาไปนานถึง 9 ปี ในจังหวัดที่บริษัทเคยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจนประสบความสำเร็จมาก่อน ซึ่งได้แก่ เชียงใหม่ และ พัทยา " นายสมนึก กล่าวปิดท้าย

Share this post