ไลฟ์สไตล์

ค้นพบ 585 รายการ

ไฮเออร์ ลงทุน 10,000 ล้านบาท สยายปีกสร้างการเติบโตธุรกิจ ปักหมุดโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศเต็มรูปแบบในไทย พร้อมดันไทยเป็นฮับการผลิตใหญ่ในอาเซียน

ไฮเออร์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 15 ปีซ้อน รุกขยายการเติบโตทางธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ เดินหน้าแผนการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ปักฐานตั้งโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งแรกในประเทศไทย รองรับดีมานด์ตลาดเครื่องปรับอากาศที่ยังเติบโตต่อเนื่อง บนพื้นที่กว่า 324,000 ตร.ม. ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) จ.ชลบุรี โดยมุ่งเน้นการเป็นฐานผลิตส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศเต็มรูปแบบผ่านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงตามมาตรฐานระดับโลก พร้อมดันประเทศไทยเป็นฮับการผลิตที่ครบวงจร และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั่วโลกในอนาคต ตั้งเป้าผลิตเครื่องปรับอากาศกว่า 6 ล้านเครื่องต่อปี คาดการณ์จ้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่ง

“NEPS” ร่วมมือ “LONGi” เปิดตัวนวัตกรรมโซลาร์ใหม่ระดับโลก “Ultra Black Solar” และ “BIPV” ครั้งแรกในไทย! ชูเทคโนโลยี BC ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย คาดรายได้โตก้าวกระโดดต่อเนื่อง

NEPS ร่วมกับ LONGi (ลอนจี) เปิดตัว 2 โปรดักส์โซลาร์นวัตกรรมใหม่ของโลกครั้งแรกในไทย! ชูจุดเด่นเทคโนโลยี BC ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมดีไซน์สวยหรู ได้แก่ “แผงโซลาร์เซลล์รุ่น HI-MO X6 Ultra Black” สีดำเรียบหรู ดีไซน์สวย ให้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 23.2% ซึ่งมากกว่าแผงโซลาร์ทั่วไป โดย NEPS ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย และ “BIPV” (Building-integrated photovoltaics) แผงโซลาร์เซลล์นวัตกรรมใหม่ที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร สามารถนำไปผสานกับวัสดุก่อสร้างภายนอกได้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการคิดค้นและผลิตจาก LONGi มั่นใจตลาดโซลาร์ไทยเติบโต คาดทั้ง 2 สินค้าจะสามารถช่วยส่งให้ NEPS มีรายได้โตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง

ยูโอบี สนับสนุนเอสเอ็มอีไทย ผนวกความยั่งยืนก้าวข้ามความท้าทายด้านเศรษฐกิจ กับโครงการ Sustainability Innovation 2024

ความผันผวนทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ทดสอบความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จากรายงานผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2024 ที่ได้จากการสำรวจบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ประมาณ 9 ใน 10 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ โดยร้อยละ 62 ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และ ร้อยละ 50 ระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวโน้มทางเศรษฐกิจเหล่านี้เชื่อมโยงกับความยั่งยืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจเกิดจากการขาดแคลนทรัพยากร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรวมถึงผู้ส่งออกของไทย ก็เป็นตัวกระตุ้นต่อการเติบโตและการอยู่รอดของ SMEs ด้วยเช่นกัน ด้วยแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ที่เป็นความท้าทายสำคัญสำหรับธุรกิจ SMEs แต่ยังมีโอกาสจะพลิกสถานการณ์และเพิ่มความยืดหยุ่นได้ หากผนวกความยั่งยืนเข้าไปในธุรกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โดย ยูโอบี ฟินแล็บ จึงได้ดำเนินโครงการ Sustainability Innovation Programme หรือ SIP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ,องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, PwC Thailand เป็นต้น เพื่อสนับสนุน SMEs กว่า 200 รายให้สามารถปรับธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้ ด้วยการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เชิงลึก รวมถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจยั่งยืน ให้สามารถยืดหยุ่นและเติบโตได้