สำหรับเงื่อนไขผู้ที่ลงทะเบียนต้องเป็นเกษตรกรหรือบุคคลในครัวเรือนซึ่งมีหนี้สินที่เจ้าหนี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน และเป็นผู้ที่สามารถสร้างหรือมีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้ กรณีผู้ขอกู้อายุมากกว่า 60 ปี ต้องมีทายาทหรือบุคคลในครัวเรือนอย่างน้อย 1 คน เป็นลูกหนี้ร่วม และหลังจากลงทะเบียนแล้วธนาคารจะติดต่อกลับตามช่องทางการติดต่อที่ได้ให้ไว้ เพื่อนัดหมายวันเวลาในการเข้าพบพูดคุยและให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมถึงการเตรียมวงเงินสินเชื่อเบื้องต้นกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิม หรือใช้ลงทุนเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ เป็นต้น เช่น สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน เพื่อสงวนรักษาที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก หรือใช้ที่ดินเป็นประกันหนี้ วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี หากชำระหนี้ดีอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี อัตราดอกเบี้ยจะลดเหลือ 4% 3% และ 2% ต่อปี ตามลำดับ ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 20 ปี และสินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินภายนอก วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท กรณีสงวนรักษาที่ดินวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคาร ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 12 ปี เป็นต้น
ทั้งนี้ ธนาคารฯ มุ่งมั่นในการเข้าไปสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน ควบคู่กับการเสริมสร้างอาชีพและรายได้ เพื่อให้หลุดพ้นกับดักหนี้นอกระบบได้อย่างยั่งยืน โดยในช่วงที่ผ่านมาธนาคารฯ ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เกษตรกรลูกค้าและบุคคลในครัวเรือนให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบของธนาคารฯ ไปแล้วกว่า 710,123 ราย เป็นเงินกว่า 59,759.77 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวคาดว่า จะได้รับการตอบรับด้วยดีจากผู้ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ