• FTREIT เผยผลประกอบการไตรมาส1 (ต.ค.–ธ.ค.2565) สร้างรายได้รวม932.2ล้านบาทเติบโต3%กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่635.7ล้านบาท • ได้แรงหนุนจากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในปีก่อนและสามารถรักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยได้ในระดับสูงอยู่ที่ 85.6% • เตรียมจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสที่1/2566ในอัตรา0.1870บาทต่อหน่วยทรัสต์
FTREITอวดผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีงบการเงิน2566(ต.ค.–ธ.ค.2565) ทำรายได้รวม932.2ล้านบาท เติบโต 3%ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่635.7 ล้านบาท หลังเข้าลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมจากปีที่ผ่านมา และสามารถรักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 85.6%เตรียมจ่ายปันผลงวดไตรมาส 1/2566จำนวน0.1870 บาทต่อหน่วย โดยประเมินเศรษฐกิจไทยปี’66ฟื้นตัวเต็มสูบ ช่วยเพิ่มดีมานด์การเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าสูงขึ้น พร้อมทุ่มเงิน 2,000 -3,500ล้านบาทเข้าลงทุนพื้นที่เช่าใหม่ราว1.5แสนตารางเมตรดันพอร์ตฯ ขยับเป็น2.3ล้านตารางเมตร ตอกย้ำผู้นำกองทรัสต์อุตสาหกรรมของไทย
นายธนะรัชต์บุญญะโกศลกรรมการผู้จัดการบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัดหรือ “FIRM” ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ “FTREIT”เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ FTREIT ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2566(ตุลาคม - ธันวาคม 2565) มีรายได้รวมอยู่ที่ 932.2ล้านบาทเพิ่มขึ้น 26.4 ล้านบาทหรือ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีกำไรจากการลงทุนสุทธิจำนวน635.7ล้านบาทปัจจัยหลักมาจากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเมื่อปีก่อนหน้าและมีอัตราการเช่าเฉลี่ย (Average Occupancy Rate)เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 85.6% ทำให้กองทรัสต์ประกาศจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสที่ 1/2566 ในอัตรา 0.1870บาทต่อหน่วยทรัสต์โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่2มีนาคม 2566
“ที่ผ่านมา FIRM สามารถบริหารจัดการกองทรัสต์ FTREITได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องอีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการรักษาการเติบโตไม่ว่าจะเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยรวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่คืบหน้ามากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากยิ่งขึ้นและสนับสนุนให้ประเทศมีความพร้อมในการรองรับโอกาสการย้ายหรือขยายฐานการผลิตจากนักลงทุนต่างชาติได้เป็นอย่างดี”นายธนะรัชต์กล่าว
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2566 คาดว่าจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาเดินหน้าเต็มกำลังในส่วนของภาครัฐและเอกชนมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับแรงส่งจากการอุปโภคบริโภคที่มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นพร้อมทั้งมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐซึ่งล้วนสนับสนุนให้ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
“ในปีนี้บริษัทฯ เตรียมแผนการลงทุนประมาณ 2,000 - 3,500 ล้านบาทสำหรับลงทุนในพื้นที่เช่าใหม่กว่า 1.5แสนตารางเมตร โดยจะขยายพอร์ตโฟลิโอของกองทรัสต์ให้เติบโตเป็น 2.3ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 2.13 ล้านตารางเมตรเน้นเข้าลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูงจากกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) และบุคคลนอกกลุ่มที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งและเป็นเป้าหมายของภาคอุตสาหกรรม มีศักภาพและการเติบโตที่ดี พร้อมกับให้ความสำคัญในการประเมินปัจจัยความเสี่ยงและความท้าทายต่าง ๆ รอบด้าน เพื่อสร้างรายได้ของFTREITให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงด้วยการเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่มีขนาดพื้นที่ให้เช่าที่ใหญ่ที่สุดในไทย ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ของFTREIT”นายธนะรัชต์กล่าวปิดท้าย