อนันดาฯ มั่นใจ ตลาดอสังหาฯกลับมาแน่!ลุยเปิดต่อ 7 โครงการใหม่กว่า 28,000 ล้าน ด้วยกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE รับไลฟ์สไตล์คนเมืองกับแบรนด์ใหม่ เซกเม้นท์ใหม่ เพิ่มทุน ตุนเงินสดหมุนเวียนอีก 5,000 ล้าน ย้ำพันธมิตรสนับสนุนแกร่งรองรับการเติบโตในอนาคต

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

อนันดาฯ มั่นใจ ตลาดอสังหาฯกลับมาแน่!ลุยเปิดต่อ 7 โครงการใหม่กว่า 28,000 ล้าน ด้วยกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE รับไลฟ์สไตล์คนเมืองกับแบรนด์ใหม่ เซกเม้นท์ใหม่ เพิ่มทุน ตุนเงินสดหมุนเวียนอีก 5,000 ล้าน ย้ำพันธมิตรสนับสนุนแกร่งรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้ามุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัวที่สุด มั่นใจตลาดอสังหาริมทรัพย์มีสัญญาณการฟื้นตัว เชื่อคนเมืองยังไปต่อและกลับมาใช้ชีวิตเมืองเหมือนเดิม พร้อมลุยเปิดต่อ7 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 28,000ล้านบาทด้วยกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUEมองหาโอกาสใหม่ๆ แนวคิดที่พัฒนาที่อยู่อาศัยและบริการในรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการชีวิตคนเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปหลังโควิดด้วยแบรนด์ใหม่ เซกเม้นท์ใหม่ที่โดนใจ และตรงกับความต้องการของคนเมืองในแต่ละ Generation ที่หลากหลาย และแตกต่างกันย้ำคงศักยภาพความแข็งแกร่งทางการเงินและการสนับสนุนที่เหนียวแน่นจากพันธมิตรชั้นนำ

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอนันดาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ที่เริ่มคลี่คลาย และมีทิศทางที่ดีขึ้นประกอบกับการที่รัฐบาลได้ประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและผู้บริโภค รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกันและที่จะกลับมาอย่างแน่นอนก็คือวิถีชีวิตของคนเมือง เพียงแต่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบแตกต่างไปจากเดิมบ้าง ลูกค้าในแต่ละช่วงวัยจะมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น โดยปัจจัยของช่วงอายุ และ Generation จะเป็นตัวกำหนดที่สำคัญ หน้าที่ของแบรนด์ในการพัฒนาก็ต้องมีความเข้าใจและมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการนั้นๆ เรามั่นใจ และเชื่อมั่น ในศักยภาพคอนโดติดรถไฟฟ้าที่ยังเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี และอย่างไร้ขีดจำกัด

 

ทั้งนี้บริษัทฯได้ทำการศึกษาถึงวิถีชีวิตของคนเมืองพบว่าในยุคหลังโควิดการใช้ชีวิตในเมืองยังคงเป็นความจำเป็น  มีความสำคัญสำหรับกลุ่มคนในวัยทำงาน กลุ่มคนที่กำลังศึกษาเล่าเรียน กลุ่มครอบครัว ตลอดจนกลุ่มระดับลักชัวร์รี่ในเมือง กลุ่มคนเหล่านี้ยังต้องการที่พักอาศัยที่มีความสะดวกสบายในการเดินทางการบริการและการดูแลที่พิเศษตลอดจนสิทธิพิเศษต่างๆ รวมถึงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมีระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ  มีสถานที่ที่ทันสมัยในการพบปะสังสรรค์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติของผู้อยู่อาศัยทุกคนภายในบ้าน   เพื่อทำให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น และด้วยฐานข้อมูลดังกล่าวบริษัทฯ จึงได้นำเอากลยุทธ์ANANDA NEW BLUE มาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการต่างๆ ในปี 2565 ซึ่งบริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอความแตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองได้อย่างตรงจุด และและชัดเจน

 

ทั้งนี้บริษัทฯ ยืนยันในความพร้อมมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มีศักยภาพในการลงทุนขยายโครงการต่างๆด้วยการตุนกระแสเงินสดกว่า5,000 ล้านบาทและเมื่อเร็วๆนี้ผู้ถือหุ้นได้ให้ความเห็นชอบในการเพิ่มทุนของบริษัทฯ เพื่อรองรับจังหวะที่สำคัญในการเติบโตของบริษัทต่อไป นอกจากนี้บริษัทมีแผนในการออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ในเดือนมกราคม 2565 อีกด้วย ในส่วนของการสนับสนุนจากพันธมิตรเรายังคงได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากพันธมิตรชั้นนำระดับอินเตอร์เนชั่นแนลเช่นมิตซุย ฟูโดซัง, บีทีเอส กรุ๊ป, เพรซิเดนท์ ดี เวนเจอร์, ดุสิตธานี, สแครทช์ เฟิร์สท์  และดิ แอสคอทท์ เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

 

ในส่วนของเซอร์วิสอพารท์เม้นท์คาดว่ารายได้ประจำสม่ำเสมอ(Recurring Income) จะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4/64 ภายหลังจากการเริ่มเปิดประเทศและรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าปี 2565โครงการเซอร์วิสอพารท์เม้นท์จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ คือ โครงการซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9โครงการแอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร โครงการแอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอกโครงการไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก และโครงการซัมเมอร์เซ็ต  พัทยา  

 

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา  ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทาย  แต่ในส่วนของอนันดาฯ ก็ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งในส่วนของยอดขายและยอดโอนมีสัญญาณที่ดีขึ้นที่ชัดเจน โดยในช่วง 3 เดือน (กรกฎาคม – กันยายน) เติบโต 20% มาโดยตลอด และคาดว่าสามารถเติบโตได้ถึงดับเบิลดิจิทใน3 เดือนสุดท้ายของปี 64 โดยมียอดขาย 4,104 ล้านบาท และยอดโอนกว่า 2,557 ล้านบาท  โดยเติบโตจากโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบและบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog)กว่า 12,821 ล้านบาทเพื่อรองรับการโอนในระยะ 2 ปีข้างหน้า

บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2565 จำนวน 7 โครงการมูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาทโดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ ภายใต้ 7 โครงการใหม่นี้ อนันดาฯ เตรียมเปิดโครงการคอนโดมิเนียม 2แบรนด์ใหม่ครั้งแรก ได้แก่

 

  1. 1. แบรนด์ โคโค่ พาร์ค พัฒนาเป็นโครงการ โคโค่ พาร์ค(COCO PARC)มูลค่าโครงการ4,622ล้านบาทครั้งแรกในการจับมือเพื่อสร้างสรรค์แบรนด์ใหม่ระหว่าง ANANDA X DUSIT เกิดเป็นประสบการณ์โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมบริการสุดพิเศษจากโรงแรมดุสิตธานี ด้วยมาตรฐานระดับโรงแรมห้าดาวเฉพาะโครงการ COCO PARC Managed by DUSIT คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ก่อนเปิดขาย โดยเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่จะเปลี่ยนรูปแบบในการอยู่อาศัยให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เอกสิทธิ์เพียง 486 ครอบครัว  ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยสำหรับความร่วมมือครั้งนี้  ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดแข็งในด้านมาตรฐานที่พักอาศัยเหนือระดับให้กับลูกค้าในโครงการ

 

  1. 2. แบรนด์ คัลเจอร์ครั้งแรกกับโครงการแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยในสังคมร่วมสมัย ด้วยการร่วมปลุกปั้นแบรนด์ใหม่เพื่อเปลี่ยนนิยามชีวิตเมือง ANANDA XSUSTAINABILITY CONCEPTS BY SCRATCH, FROM THE CREATOROFWONDERFRUITผู้นำวิถีชีวิตเมืองที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์CULTURE การรวมตัวกันทางความคิดของกลุ่มคนเมืองที่มีความเชื่อในการมองหาทางเลือกการใช้ชีวิตแนวใหม่ เน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผสานความยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนตัวตนที่โดดเด่นในการอยู่อาศัยสู่สุดยอด 2 ทำเลศักยภาพใจกลางเมืองได้แก่

 

2.1 โครงการ คัลเจอร์ ทองหล่อ(Culture Thonglor)มูลค่าโครงการ3,383 ล้านบาททำเลใจกลางแหล่งธุรกิจและ LIFESTYLE เพียง 230 เมตรจากสถานีทองหล่อ การเดินทางสะดวกสบาย โดดเด่นด้วยการดีไซน์ที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ร่วมของผู้อยู่อาศัยยกระดับการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และบริการที่ได้มาตรฐานโรงแรมชั้นนำที่สามารถเลือกสรรบริการต่างๆได้ ตอบโจทย์ความต้องการอยู่อาศัยและการพักผ่อนภายในโครงการอย่างเต็มที่

 

2.2 โครงการ คัลเจอร์ จุฬา(Culture Chula)มูลค่าโครงการ6,031 ล้านบาท เพียง  350 เมตร จาก MRT สามย่าน และ 240 เมตรจาก  BTS ศาลาแดง  ตั้งอยู่ใจกลางสถานศึกษาชั้นนำ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของสามย่าน วิถีชีวิตยุคใหม่ที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับแนวคิดรักษ์โลกที่สร้างสรรค์อย่างลงตัวทั้งการทำงาน และการพักผ่อนด้วย CO-WORKING SPACE พร้อมรองรับการใช้งานตลอด 24 ชม.

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว 2  โครงการคอนโดมิเนียม New Series ใหม่ ภายใต้แบรนด์หลัก ด้วย ไอดีโอ ได้แก่

1.โครงการไอดีโอ พหล- สะพานควาย (Ideo Phahol-Saphan Khwai)มูลค่าโครงการ 7,521ล้านบาทด้วยที่สุดของทำเล ติดบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าแบบ 0 เมตร และรายล้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆของคนเมือง

2.โครงการไอดีโอ รามคำแหง–ลำสาลีสเตชั่น (Ideo Ramkhamhaeng Lam Sali Station)มูลค่าโครงการ 2,085ล้านบาททำเลที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ให้คุณสะดวกในทุกจุดหมาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ และส่วนกลางแนวคิดใหม่เพื่อทุกโหมดของการใช้ชีวิต LIVE-WORK-PLAY-LEARN

 

สำหรับโครงการแนวราบมีแผนเปิดตัว2 โครงการ ได้แก่โครงการ อาร์เทล พระราม 9(Artale Rama9)มูลค่าโครงการ  3,538 ล้านบาทด้วยจุดเริ่มต้นแนวคิด LIVE IMAGINATION นิยามใหม่ที่แตกต่างของโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Hi-End ใจกลางเมืองจนมาสู่ความสำเร็จ และผลตอบรับที่ดีของ ARTALE Phatthanakan และ ARTALE Ekkamai-Ramintraทำให้แบรนด์ ARTALE เป็นแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Hi-End ได้รับการยอมรับอย่างดี และต่อยอดสู่ ARTALE RAMA 9 โครงการบ้านระดับ Luxury ใจกลางเมืองบนทำเลใจกลางพระรามเก้าที่มีการออกแบบและพัฒนาโครงการด้วยความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ARTALE โดดเด่นด้วย Design Concept ภายใต้แนวคิด URBAN LUXURY POOL VILLA ที่จะทำให้การอยู่อาศัยเป็นการใช้ชีวิตใน POOL VILLA หรูใจกลางเมืองและพร้อมเปิดตัว1 แบรนด์ใหม่ของโครงการแนวราบ คือ NEW HOUSING BRAND  ติวานนท์ – แจ้งวัฒนะ แบรนด์โครงการบ้านใหม่ล่าสุดจากอนันดาฯ ที่มีแนวคิดที่ชัดเจนด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับ 2 รูปแบบที่อยู่อาศัยทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝดในราคาเริ่มเพียง 2 ล้านต้นซึ่งทั้ง 7 โครงการคุณภาพที่อนันดาฯ ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาในครั้งนี้ถือว่าเป็นการนำเสนอให้ลูกค้าเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองที่มีความหลากหลายและความต้องการที่แตกต่างกัน นำเสนอรูปแบบโครงการที่สามารถตอบโจทย์ในแต่ละความต้องการนั้นได้อย่างชัดเจน

 

อนันดาฯ ยังประสบความสำเร็จในเรื่องของ  ANANDA SURE ระบบการทำงานที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าและบริการของอนันดาฯ  ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า  โดยนำมาใช้ในทุกกระบวนการตั้งแต่การเลือกซื้อคอนโดหรือบ้านตลอดไปจนถึงการเข้าอยู่อาศัย ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้ามีความสุข ความพึงพอใจสูงสุดกับการอยู่อาศัยในทุกโครงการของอนันดาจนนำไปสู่การแนะนำและบอกต่อให้กับคนใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการวัดและประเมินผลจากการนำ ANANDA SURE มาใช้ โดยสามารถวัดค่าความพึงพอใจในการให้บริการ (CSAT) เพิ่มขึ้น 5% จากเดิม 88.0% เป็น 92.3% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอนันดาฯ มุ่งมั่นให้ความใส่ใจต่อการให้บริการเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ และจะพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้ มาตรฐานของ ANANDA SURE

 

นอกจากนี้ อนันดาฯ ยังให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสานในทุกองค์ประกอบของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งใจนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเราและชีวิตคนเมือง ล่าสุด จับมือ COCORO (โคโคโระ) เปิดตัว COCORO  APP  แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาจาก Tech Start Up รายใหม่ล่าสุด เพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาการบริหารจัดการด้านการดูแลลูกบ้านในวงการอสังหาริมทรัพย์ เป็นการพัฒนาด้านมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการอยู่อาศัยที่สะดวกขึ้น และง่ายยิ่งขึ้น COCORO  APP  เป็นแอปฯ ผู้ช่วยคนใหม่สำหรับลูกบ้านอนันดาฯ ที่ทำให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น สะดวก จบ ครบทุกฟีเจอร์สำคัญภายในแอปฯ เดียว ได้แก่ง่าย.. ในการรับบริการต่างๆแจ้งเตือน … เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว  สะดวก… ในการจองใช้พื้นที่ส่วนกลาง  รับสิทธิพิเศษ…จากแบรนด์ชั้นนำ ทุกเรื่องคะแนนสะสม… อยู่ที่ปลายนิ้ว และ รวดเร็ว…. กับระบบชำระเงินผ่านแอป

 

และสิ่งสำคัญเพื่อการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป  และรองรับดีมานด์ในตลาดที่ยังมีอยู่ต่อเนื่องอนันดาฯ มีช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ “Ananda iStore”  เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง  ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ที่อำนวยความสะสวกให้กับลูกค้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกจากบ้าน สำหรับลูกค้าที่มีความต้องการซื้อในช่วงนี้สามารถเยี่ยมชมรวมถึงสามารถจองซื้อได้ทันที 

 

“หลังจากนี้ จะเห็นประเทศไทยเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งในส่วนของภาคธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งที่ผ่านมาแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ผันผวนแต่ก็ยังคงมีดีมานด์หรือความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่เพียงแค่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมโดยขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของลูกค้าที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ซึ่งอนันดาฯ มั่นใจว่า ตลาดอสังหาฯ กลับมาแน่นอน! และตลาดอสังหาฯ ในเมืองจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด (URBAN LIFE IS BACK)คุณชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

Share this post