SCG Indonesia คว้ารางวัล CNN Indonesia Awards 2025 ด้านนวัตกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ตอกย้ำความมุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอินโดนีเซีย

  • 18879_2

SCG Indonesia คว้ารางวัล CNN Indonesia Awards 2025 ด้านนวัตกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ตอกย้ำความมุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอินโดนีเซีย

SCG Indonesia รับรางวัล CNN Indonesia Awards 2025 สาขา Regional Leader in Green Innovation and ESG Excellence สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Industrial Green Transition) พร้อมเสริมศักยภาพชุมชนเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงและยั่งยืนในอินโดนีเซีย ภายใต้แนวทาง “Inclusive Green Growth”

 

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ  SCG Indonesia มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านหลากหลายโครงการ โดยโครงการสำคัญ ได้แก่ การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ด้วยการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น ชีวมวล (Biomass) ของเสียจากอุตสาหกรรม และเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel: RDF) ซึ่งในปี 2025 มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกถึงร้อยละ 30 และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 200,000 ตันในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 400,000 ต้น นอกจากนั้น PT Semen Jawa บริษัทในเครือเอสซีจี ได้ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นเมือง Sukabumi เปิดดำเนินการ

โรงงาน RDF ที่ศูนย์กำจัดขยะ Cimenteng Final Waste Processing Site (TPSA) เพื่อบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพตอบโจทย์เป้าหมายการลดปริมาณขยะและการบรรลุเป้า

หมาย Net Zero 2050 ของเมือง Sukabumi โดยโรงงาน RDF แห่งนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการเปลี่ยนทั้งขยะใหม่และขยะสะสมในหลุมฝังกลบ ให้เป็นพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ทดแทนถ่านหินในกระบวนการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

ในอีกมิติหนึ่ง SCG Indonesia ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน (Community Empowerment) ผ่านโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการทุนการศึกษา “SCG Sharing The Dream” ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนที่มีศักยภาพจากครอบครัวรายได้น้อย โดยปีนี้มอบทุนการศึกษา 427 ทุนให้แก่นักเรียนมัธยมและนักศึกษาปริญญาตรี  โครงการ “SCG Gesari” สนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและ SMEs ท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน และโครงการ “SCG Mentari” ส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่คนในชุมชน เป็นต้น

นายวฤธ จินตนาวัน Country Director, SCG Indonesia กล่าวว่า “ในนามของบริษัท ผมขอขอบคุณ CNN Indonesia และคณะกรรมการผู้ตัดสินสำหรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน เราเชื่อว่าการจะบรรลุการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ต้องเติบโตไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เอสซีจีจะยังคงเติบโตเคียงข้างอินโดนีเซีย สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไปตามแนวทาง Inclusive Green Growth

 

ด้านนางสาวปัทมา ศิริกุล ESG Steering Committee, SCG Indonesia กล่าวว่า “เอสซีจีมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเติบโตไปด้วยกัน เป้าหมายของเราชัดเจน คือการขับเคลื่อนการลดคาร์บอน ( (Decarbonization) และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับผู้คนและโลกใบนี้”

ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เอสซีจีไม่ได้เป็นเพียง ‘นักลงทุน’ แต่คือ ‘พันธมิตรระยะยาว’

ที่ร่วมขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศอินโดนีเซีย

มุ่งสร้างการเติบโตให้กับทุกภาคส่วนโดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกฝ่ายคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่

เป้าหมาย Golden Indonesia 2045 ซึ่งเอสซีจีภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเพื่อสร้าง‘อินโดนีเซียที่เข้มแข็งและยั่งยืน’พร้อมเคียงข้างประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างสมดุล

ทั้งนี้ CNN Indonesia Awards 2025 เป็นงานมอบรางวัลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของอินโดนีเซีย จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคล องค์กร และผู้นำที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อการพัฒนาของประเทศ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “การร่วมมือและความกลมเกลียวเพื่อบรรลุเป้าหมายของชาติ” เพื่อยกย่องผู้ที่อยู่แนวหน้าในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศ ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐระดับชาติและท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงภาคเอกชน นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่สะท้อนบทบาทของผู้นำและองค์กรในการกำหนดนโยบายระดับชาติ ยกระดับบริการสาธารณะ ส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

 

Share this post