เลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านทำอย่างไรดี

  • 80
  • "/>
  • 80
  • "/>

เลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านทำอย่างไรดี

             การมีบ้านสักหลังดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายๆคน บางคนเลือกที่จะซื้อบ้านในโครงการซึ่งดูไม่วุ่นวายมากนัก ถูกราคาถูกใจก็ซื้อไปแต่บางคนมีที่ดินอยู่แล้วก็อยากสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง ดังนั้นการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองก็คงต้องเป็นเรื่องใหญ่เพราะเราต้องหาคนที่มาสร้างบ้านให้เรา “บริษัทรับสร้างบ้าน”จึงเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่หลายๆคนมองหา เพราะการใช้บริษัทรับสร้างบ้านดูมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นมืออาชีพ มีผลงานให้เห็นมากมาย  แต่การที่จะเลือกใช้บริการบริษัทสร้างบ้านรายใดดีนั้น ก่อนอื่นควรหันมาศึกษาข้อมูล ก่อนเลือกใช้บริการรับสร้างบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการทิ้งงาน หรือได้บ้านแต่ไม่ตรงตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ก็ควรมีการศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการรับสร้างบ้าน

            ส่วนใหญ่มักให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดเด่น ของการให้บริการ การสร้างภาพลักษณ์องค์กรเรื่องความเป็นมืออาชีพ ในธุรกิจนี้ การไม่ใช้ผู้รับเหมาช่วง การนำเสนอรูปแบบบ้านหลากหลาย บางรายมีให้เลือกเกือบ 1,000 แบบบ้าน ระดับราคาการให้บริการคิดเป็นตารางเมตร เพื่อความสะดวกต่อการนำไปเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น ผลงานการก่อสร้างให้กับลูกค้า รวมถึงการให้บริการพิเศษด้านแหล่งเงินทุนสนับสนุน กรณีที่ผู้ใช้บริการต้องการหลังจากผ่านการพิจารณาในเบื้องต้น เพื่อคัดเลือกบริษัทที่น่าสนใจ และมีการนำเสนอรูปแบบบ้านที่ตรงใจแล้ว จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงที่ดีที่สุดกับผู้ใช้บริการแต่ละราย

            ลำดับแรก เริ่มจากการนำเสนอแนวคิด และรูปแบบบ้านที่ต้องการหารือ กับผู้ให้บริการรับสร้างบ้าน ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ในระยะเวลาที่กำหนดจากนั้นหาข้อสรุปของรูปแบบบ้าน  ขนาดของงานก่อสร้าง และงบประมาณที่ต้องใช้ ข้อมูลส่วนนี้ต้องมาจากความต้องการที่แท้จริง ของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ  เมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับพื้นที่ก่อสร้าง และต้นทุนการก่อสร้างคร่าว ๆ แล้ว จะเข้าสู่การพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานก่อสร้าง ระยะเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดโครงการ งบประมาณที่ต้องใช้ทั้งหมด ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขพิเศษกรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องการแก้ไขเพิ่มเติม หรือการชดใช้กรณีผู้ให้บริการรับสร้างบ้านผิดสัญญา หรือไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ข้อมูลที่กล่าวมาจะรวบรวมอยู่ในสัญญาว่าจ้าง ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มให้บริการจนก่อสร้างแล้วเสร็จ การกำหนดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง มูลค่างานก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดจ่ายชำระเป็นงวดงาน ตามความคืบหน้าของงานในแต่ละช่วง สัญญาจะกำหนดให้มีการตรวจรับงานเป็นระยะเพื่อควบคุมความคืบหน้าของงานก่อสร้าง(ดังนั้นการสร้างบ้านต้องทำสัญญา เพราะมีความสำคัญ) 

          เมื่อได้ข้อตกลงว่าจะเลือกใช้บริการ ของผู้ให้บริการรับสร้างบ้านรายใดแล้ว ก่อนตกลงเซ็นสัญญา จะต้องพิจารณาเรื่องชื่อเสียง และผลงานที่ผ่านมา     ความสามารถในงานก่อสร้างของผู้ให้บริการ  การตรวจเช็คใบอนุญาตก่อสร้าง และใบอนุญาตทางธุรกิจ  ชื่อเสียงและผลงานของผู้ให้บริการ ลักษณะการทำงานเป็นผู้ก่อสร้างเอง หรือใช้ลักษณะของผู้รับเหมาช่วง ข้อมูลเหล่านี้ควรนำมาพิจารณาเป็นลำดับต้นๆ  ก่อนจะพูดคุยกันถึงรายละเอียดของงาน รวมถึงการบริการหลังการขายเพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นอยู่ในตัว

           การตรวจรับมอบบ้าน เมื่อสิ้นสุดสัญญา และมีการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ  จะเริ่มโดยการจดรายละเอียดของงานแต่ละส่วน   ตั้งแต่การเดินสายไฟ ตรวจดูเพดาน  ผนัง  ความเรียบร้อยของการฉาบปูน  และความละเอียดของการทาสี หากพบข้อบกพร่อง ควรทำเครื่องหมาย เพื่อแจ้งกับผู้ให้บริการได้รับทราบ และดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนที่ควรจะตรวจสอบก็คือ ความเรียบร้อยในการติดตั้งประตูหน้าต่าง อุปกรณ์เปิดปิด รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ  ภายในบ้าน จากนั้นตรวจดูความเรียบร้อยของพื้น ซึ่งแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ปู อาทิ ปูนซีเมนต์  ไม้ ว่ามีรอยต่อหรือมีรอยเปื้อนที่เป็นปัญหา หรือไม่

           การพิจารณาอย่างรอบคอบ ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรผู้ให้บริการรับสร้างบ้าน ไปจนถึงกระบวนการก่อสร้าง และส่งมอบงานแล้วเสร็จ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภคต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด  เพื่อเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่ จะตามมาในภายหลัง และเพื่อให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด การมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อมีแล้วบ้านจะต้องเป็น “วิมาน”ของเราไม่ใช่ “นรก”.......

Share this post